Internet Marketing

internet marketing

E-Marketing คือการทำการตลาดโดยใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์หรือดิจิตอลเข้ามาช่วยในการทำการตลาด ซึ่งการทำการตลาดคืออะไรก็คงต้องไปเปิดตำราหนังสือเรียนของวิชาการตลาดอีกที ซึ่งผมก็ไม่เคยได้เรียนสักทีเหมือนกัน (หาโอกาสอยู่) สรุปว่าเราจะใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์หรือดิจิตอลหรือถ้าจะให้เจาะจงลงไปกว่านั้นอีกก็คือเราจะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า อินเตอร์เน็ต เข้ามาช่วยในการทำการตลาดนั้นเอง ซึ่งก็คือความหมายของ Internet-Marketing

การทำ Internet-Marketing สำหรับผม เริ่มแรกมาจากการทำ SEO เป็นหลัก ซึ่งพอทำ SEO มาเรื่อยๆภาพของ Internet-Maketing ก็จะเริ่มปรากฏออกมากชัดขึ้นชัดขึ้นทุกที กล่าวคือ

การทำ SEO นั้นตามศัพท์คือ Search Engine Optimization ซึ่งแปลตามศัพท์สำหรับความเข้าใจของผมเองคือ การปรับปรุงเวปไซต์เป้าหมายของเราให้เป็นไปตามกฏเกณฑ์ที่เป็นผลดีต่อ Search Engine ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คืออันดับที่ดีขึ้นใน SERP

การทำ SEO อาจจะจบลงแค่ตรงนี้คือแค่ทำให้อันดับของเวปไซต์เป้าหมายอยู่ในอันดับที่ดีในคีย์เวริคที่ต้องการ ซึ่งอาจอยู่ในหน้าแรก อยู่ใน TOP10 TOP5 หรือแม้กระทั้งอยู่ใน 1st ก็ตามแต่

แต่สำหรับ Internet-Marketing ยังไม่จบแค่นี้ เพราะการทำ Marketing คือการขายให้ได้ ขายให้ได้มากขึ้น การสื่อสารคุณค่าของสินค้าหรือบริการของผลิตภัณท์ออกไปยังลูกค้า ซึ่งอันดับที่ดีใน Search Engine ยังไม่พอเพียงที่จะทำสิ่งเหล่านี้

Screen Shot 2015-07-24 at 10.57.14 AM

จากรูปเป็นข้อมูลจาก Google Webmaster Tools ของเวปไซต์เวปหนึ่ง ที่มีการปรับแต่ง SEO แล้วมาระยะหนึ่งสั้นๆ จะเห็นว่าสิ่งที่เราได้จากการทำ SEO จริงแล้วคือ Impressions และ Avg. position ที่เพิ่มขึ้นหรือดีขึ้น แต่การทำ SEO ไม่ได้รับประกันในเรื่องของ CTR เลยว่าจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

สำหรับ CTR นั้นหมายถึงจำนวน click ต่อ impressions ที่เกิดขึ้น เช่น มี impressions อยู่ 100 ครั้ง (จำนวนครั้งที่เวปไซต์เป้าหมายแสดงอยู่ในหน้าผลลัพธ์ของการค้นหา) แล้วมีการ click เข้ามาที่เวปไซต์เป้าหมายผ่านหน้าผลลัพธ์ของการค้นหา(SERP) 10 ครั้ง แบบนี้ CTR จะเท่ากับ 100/10 หรือ 0.1 หรือ 10% นั้นเอง

แล้วสิ่งที่จะทำให้ CTR เพิ่มขึ้นคืออะไร ก็คือสิ่งที่แสดงอยู่ตรงหน้าผู้ค้นหา ณ. จุดที่ผลลัพธ์การค้นหาเกิดขึ้น ว่ามันชักชวนชักจูงหรือเย้ายวนให้ผู้ค้นหาคลิกเข้ามาแค่ใหน

google-serp-rich-snippets-recipes

จากรูปจะเห็นว่าข้อความส่วนนี้ที่แสดงอยู่ใน SERPs นี้เองที่จะเป็นตัวชักจูงหรือเย้ายวนให้ผู้ค้นหาคลิกเข้ามาและจะส่งผลไปถึงจำนวน CTR ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งข้อความส่วนนี้สามารถ Optimize ได้โดยใช้ Tool ของ Google ที่เรียกว่า Google Rich Snippets Tool ซึ่ง Snippets ก็จะเหมือนกับตัวที่เอาไว้ช่วยให้พวก bot ของ Search Engine มาเก็บข้อมูลได้ง่ายและเป็นระบบมากขึ้น

ซึ่งเมื่อ CTR ของเวปไซต์เป้าหมายของคุณเพิ่มขึ้นแล้วก็ยังสรุปไม่ได้ว่า สินค้าหรือบริการในเวปไซต์นั้นจะขายได้

สำหรับเวปที่ไม่ได้ขายของ เช่นเวปที่เป็นข้อมูลขององค์กรหรือกลุ่มงานต่างๆ ซึ่งในที่นี้อาจจะวัดได้จาก เวลาที่ผู้ใช้ได้ใช้ไปในเวปไซต์เป้าหมาย (Avg. Visit Duration)

Conversion Rate จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมจะกล่าวถึง Conversion คือจำนวนสินค้าหรือบริการที่ถูกซื้อขายกันจริงๆในเวปไซต์เป้าหมาย เช่น เวปไซต์นี้เป็นเวปไซต์ของโรงแรมแห่งหนึ่งในสถานต่างอากาศสุดหรูหราซึ่งมีโรงแรมหรูหลายดาวจำนวนมากทำธุรกิจบริการอยู่ตรงนั้น ซึ่งคุณเข้ามารับหน้าที่ เพิ่มยอดขาย เพิ่มยอดการจองห้อง ของโรงแรมแห่งนี้ให้เพิ่มมากขึ้น โดยต้องฟาดฟันกับโรงแรมห้าดาวหกดาวหรือโรงแรมสิบเอ็ดดาวครึ่งที่อยู่ในระแวกเดียวกัน ซึ่งสิ่งที่คุณนำมาใช้คือ Internet-Marketing

สิ่งที่จะสามารถเพิ่ม Conversion Rate ก็คือ LP (Landing Page) ของตัวเวปไซค์เอง ซึ่งต้องมีข้อมูลที่น่าสนใจหรือโปรโมชั่นการทำราคาที่น่าสนใจ หรืออาจจะมีการทำการตลาดแบบอื่นๆในนั้นเช่น Cross-Selling หรือใช้เครื่องมือทางการตลาดแบบอื่นๆกระหน่ำเข้าไปในจุดนี้ เปรียบเสมือนลูกค้าได้มาอยู่หน้าโต๊ะขายของของเราแล้วซึ่งอยู่ที่ตัวเราเอง (LP) ว่าจะสามารถขายของให้ลูกค้าตกลงซื้อได้มากแค่ใหน

แม้กระทั่งตัวสินค้าเองก็ต้องเป็นสินค้าที่น่าสนใจจริงๆ จึงจะทำให้มีการซื้อขายจริงๆเกิดขึ้นได้ในที่สุด ถ้าสินค้ามันไม่น่าสนใจ สินค้าห่วย ต่อให้ทำ Internet-Marking เทพแค่ใหนก็คงจะหาคนซื้อยาก ซึ่งตรงนี้อยู่นอกเหนือจากความสามารถของนักทำ SEO จริงๆ เป็นเรื่องของโปรดักส์หรือไลน์การผลิต

สรุปว่าสิ่งที่จะทำให้การทำ Internet-Markting ประสบผลสำเร็จ วัดได้ง่ายๆ คือ Conversion Rate ที่เพิ่มขึ้น ซึ่ง Conversion Rate นี้จะแปรผันตรงกับเงินในกระเป๋าที่เพิ่มขึ้นครับ…!!!

Leave a Reply

Your email address will not be published.