duplicate content
วันนี้ผมได้ตรวจสอบเวปไซต์ที่ผมดูแลเรื่อง SEO อยู่เวปหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่อันดับแรกของเวปไซต์ข้างบน ซึ่งเวปไซต์นี้ผมไม่ได้เป็นคนดำเนินการหรือเป็นคนทำเวปไซต์ขึ้นมา ผมได้เข้ามาัรับผิดชอบในส่วนของ SEO หลังจากที่เวปไซต์ได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผมก็ไม่มีสิทธิ์หรือไม่รู้ว่าเนื้อหาในเวปไซต์นั้นมาจากใหน ซึ่งจากรูปข้างบนก็จะเห็นว่าต้องมีเวปไซต์อย่างน้อยหนึ่งหรืออย่างมากสามเวปไซต์ที่ได้ก๊อปปี้หรือคัดลอกบนความจากเวปไซต์ใดเวปไซต์หนึ่งมาอย่างแน่นอน (งง?) แต่นั้นไม่ใช่ประเด็น
ประเด็นคือ ทำไมเวปไซต์ที่มีการคัดลอกบนความจากเวปไซต์อื่นมา โดยที่ไม่มีแม้แต่การ rewrite เลยด้วยซ้ำถึงมีอินเด็ตอยู่ในฐานข้อมูลของกูลเกิ้ลได้ ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ google กำลังทำ นั้นก็คือโยงไปถึงเรื่องของ PANDA ซึ่งก็ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร อาจจะเป็นเพราะเพจเหล่านี้เกิดมาก่อน PANDA ซึ่งนั้นทำให้มันไม่รู้เหมือนกันว่าบทความอันใหนเป็นตัวต้นฉบับจริงๆ หรือ PANDA ยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์กับภาษาไทยหรือภาษาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ
แค่เจออะไรแปลกๆก็เลยเอามาแชร์กันครับ เริ่มทำ SEO มาได้สักพัก ก็ยังงงๆกับหลายๆอย่าง บางอย่างก็ยังไม่เข้าใจ สรุปว่าเวลาที่ผ่านมาผมก็ยังไม่เข้าใจอะไรเลยอยู่ดี
Affiliate Program
Affiliate Program คือโปรแกรมที่อยู่ระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ เป็นการขายการทำตลาดในรูปแบบใหม่ กล่าวคือ เมื่อผู้ผลิตสินค้าต้องการขายสินค้าของตน ตามวีธีเดิมก็จะเป็นการขายเองโดยตรง เช่น เปิดเวปไซต์ขึ้นมา หรือ อาจจะมีการขายผ่านเซลล์ หรือมี distributor อยู่ในพื้นที่ต่างๆ นั้นเป็นการขายในรูปแบบเดิมๆ แต่เมื่อมีการติดต่อซื้อขายแบบออนไลน์เกิดขึ้น จึงมีคำว่า Affiliate Program เกิดขึ้นมา
Affiliate Program มีการทำงานอย่างไร กล่าวคือ เมื่อผู้ผลิตสินค้าต้องการขายสินค้า ผู้ผลิตสินค้าจะมาประกาศตัวเป็นผู้ที่ต้องการขายสินค้าในเวป Affiliate ต่างๆ เช่น cj, clickbank, etc. โดยจะเรียกว่า Advertiser ซึ่งเวปที่เป็น Affiliate เหล่านี้จะไม่มีความหมายต่อผู้ซื้อสินค้าเลย แต่มีความหมายต่อผู้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ขายแทน เรียกว่า Affiliate Partner ซึ่งตัว Affiliate Partner นี้เองที่จะทำหน้าที่ขายสินค้าให้กับ Advertiser ซึ่งสิ่งที่ Affiliate Partner จะได้รับคือค่า commissions
สิ่งที่ Affiliate Partner ต้องทำในการขายสินค้าคือ ทำอย่างไรก็ได้ให้มีลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้านั้นๆ เข้ามาที่หน้าสินค้าของ Advertiser ซึ่งถ้าหากมีการซื้อขายเกิดขึ้น Affiliate Partner นั้นจะได้ค่า commissions ไปตามที่ได้ตกลงกันไว้ และนั้นทำให้เกิด PPC + Affiliate Program ขึ้นมาโดย Affiliate Partner นั้นได้นำสินค้าไปโปรโมตผ่านทาง Adwords, Adcenter, etc. โดยใช้ลิงค์ตัวสินค้าโดยตรงเป็นตัวโปรโมต หรือบางคนอาจจะทำ Landing Page ขึ้นมาก่อนเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการตัดสินใจซื้อตัวสินค้า
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ Affiliate Program ไม่อนุญาติให้มีการทำ direct link จาก search marketing campaigns โดยตรงและ google ก็ไม่อนุญาติเช่นกัน ที่อนุญาติคือต้องมีการทำ Landing Page ก่อนเท่านั้น ซึ่งก็มีบางคนที่ ทำ Landing Page แบบไม่มีคุณภาพ เช่น อัดลิงค์ของสินค้าเข้าไปโดยที่ไม่มีข้อมูลของตัวสินค้าเลย ต้องการแค่ให้ลูกค้าคลิกเข้าไปและซื้อสินเค้าเท่านั้น ซึ่งก็เป็นไปได้ยาก หรือ บางคนอาจจะทำ Landing Page ที่มีข้อมูลของตัวสินค้าโดยไปก๊อปปี้จากชาวบ้านเค้ามา ซึ่งเวปพวกนั้นได้ถูก Affiliate Program เจ้าต่างๆแบนไปกันมากมาย
สิ่งที่ Google หรือ Affiliate Program ต้องการจริงๆก็คือคุณภาพของการค้นหาของตัวเองและสินค้าที่จะขาย google เองไม่ได้บอกว่าไม่อนุญาติให้ที่ Affiliate แต่ google ต้องการคุณภาพของการทำ Affiliate มากกว่าการสร้างเวปขยะเหล่านั้นขึ้นมา ซึ่งจะมองว่าเป็น SPAM ก็ได้ ถ้า Google จัดการกับตรงนี้ไม่ได้ อนาคตทางด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือของ Google คงจะลดลงอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่ Google ทำก็แสดงให้เห็นแล้วว่าคราวนี้ Google เอาจริง
ข้างบนเป็นรูปของ Advertiser เจ้าหนึ่งของ cj จะเห็นว่าก่อนที่เราจะสมัครเข้าเป็น Affiliate Partner จะมีข้อตกลงบอกเอาไว้อย่างชัดเจน เช่น
1. ห้ามใช้ชื่อยี่ห้อเป็น keywords
2. หน้าทำ direct linking โดยตรงจาก search marketing campaigns
3. หากจะทำ landing page ก็ห้ามมีชื่อยี่ห้ออยู่ใน domain
นี้คือข้อตรงลงระหว่าง Advertiser กับ Affiliate Partner ซึ่งถ้าเราไม่ทำตามหรือไม่อ่านให้เข้าใจ Advertiser ก็มีสิทธิ์ที่จะลบเราออกจาก Program ทันที
PANDA
ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาผมมีงานที่จะต้องจัดการลิงค์ (backlink) ให้เวปไซค์เวปหนึ่ง ซึ่งสิ่งที่ได้เห็นและอยากจะแชร์ก็คือเรื่องที่ฮอตฮิต (ฮอตฮิตไปสัพักแล้วละ) เรื่องของ PANDA นั้นเอง สิ่งที่เห็นคือ เน็ตเวิร์คที่ถูกสร้างขึ้นมา โดยที่ไม่มีประโยชน์อันใดต่อมนุษย์ชาติ เป็นขยะไซเบอร์ เป็นตัวกินเน็ตเวิร์คทราฟฟิก แบบไร้ประโยชน์ประยังอันใด ซึ่งนั้นก็คือ เวปที่ถูกสร้าง/ปั่นขึ้นมา โดยมีเนื่อหา content ที่ copy หรืออาจะ rewrite หรือ translate หรือวิธีการใดวิธีการหนึ่งที่ทำให้ content นั้นเปลี่ยนรูปแบบไป เพื่อหวังผลให้ content นั้นถูกมองว่าเป็น content ที่ unique ซึ่งเวปเหล่านั้นถูก PANDA กินเรียบ ถูก deindex กันเป็นแถวๆ
แต่ก็ยังมีบางเวปไซต์บางเน็ตเวิร์คที่ยังเหลือรอดมาอยู่ อาจจะเพราะอัลกอริธึมของ PANDA ยังไม่สมบูรณ์นักก็เป็นได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม google ได้ก็ได้เริ่มสร้างสังคมแบบยูโทเปีย สำหรับการค้นหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตขึ้นมาแล้ว ซึ่งนั้นคือ สิ่งที่คุณต้องการค้นหา คุณจะได้ในสิ่งนั้นจริงๆ และยังมีส่วนย่อยๆลงไปอีกเช่น ย้อนหลังจำนวนกี่วัน ค้นหารูปที่เป็นสี ขาวดำ หรือรูปวาด เรียกว่า Google ไปไกลกว่าที่ใครจะตามทัน สุดท้ายขยะไซเบอร์เหล่านั้นก็ถูกกำจัดไป
PANDA อาจะมีเรื่องของเนื้อหาที่มีความสดใหม่ เช่น เนื้อหาที่มีความสดใหม่ มีความเป็น unique ไม่ซ้ำใคร จะเป็นที่ซื่นชอบของ Googlebot มากว่าเนื้อหาที่ซ้ำและเก่ากว่า (เป็นความเชื่อส่วนตัว) นั้นหมายความว่าเวปไซต์ที่มีการอัพเดตอยู่ตลอดเวลาจะเป็นที่ชื่นชอบมากกว่า เข้าตามหลักของ Web 2.0 ในที่สุด
แต่มีข้อชวนคิดอย่างหนึ่งสำหรับสิ่งที่ PANDA ทำไว้คือ PANDA ชื่อชอบเนื้อหาที่มีความสดใหม่ แต่ PANDA ยังไม่ได้เข้าใจในเนื้อหานั้นว่าพูดเกี่ยวกับอะไรมีประโยชน์สอดคล้องกับอะไรมากน้อยแค่ใหน หรือไม่อย่างไร ไม่แน่ ในอนาคตมันอาจจะมีการเข้าใจความหมายของเนื้อหาข้อความเหล่านั้นได้ เหมือนที่ Google ได้ทำกับ image search ที่สามาถค้นหา รูปวาด เหมือนจริง กราฟฟิก หรือแม้กระทั้งโทนสี นั้นแสดงว่า Google เริ่มมีการทำ Image Processing กับรูปภาพต่างในเวปแล้ว
คำถาม?
ในช่วงหลายวันมานี้ ผมได้ตั้งคำถามขึ้นมาในใจหลายๆคำถาม เป็นคำถามที่ชัดเจนบ้างไม่ชัดเจนบ้าง ในตัวคำถามเอง อาจเป็นเพราะชีวิตผมเหมือนมีอะไรบางอย่างขาดหายไป ไม่ใช่! อาจพูดว่ายังตามหาอะไรบางอย่างไม่เจอมากกว่า และที่สำคัญคือว่าผมไม่รู้ด้วยว่า อะไรสิ่งนั้นมันคืออะไร
วันก่อนผมได้หนังสือมาเล่มหนึ่ง สะพานไผ่เหนือสายน้ำเชี่ยว โดยผู้เขียน เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ซึ่งธรรมดาผมจะอ่านงานของท่านไม่ค่อยรู้เรื่อง จากประสบการณ์ที่เคยอ่านงานของท่านมาบ้างสองสามเล่ม แต่เล่มนี้ ผมอ่านทีเดียวจบ ในเล่มเป็นการเล่าเรื่องชีวิตของตัวท่านเองตั้งแต่เด็กจนโตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งอาจารย์เสกสรรค์ เป็นคนที่ตั้งคำถามกับชีวิตของตัวเองอยู่ตลอดเวลา พยายามค้นหาอะไรบางอย่างตลอดเวลา ซึ่งก็ทำให้ชีวิตท่านต้องผลิกผลันไปจนสุดขั้นที่คนอย่างเราจะคาดถึง ซึ่งในอีกแง่หนึ่งมันก็เหมือนเป็นนิยายผจญภัยสุดมันเรื่องหนึ่ง แต่ผิดกันที่มันเป็นเรื่องราวของคนที่มีชีวิตอยู่จริง และยังมีชีวิตอยู่ในปัจุจบัน
ในฐาณะที่ผมก็เป็นคนที่เิกิดที่จังหวัดเพชรบูรณ์ในพื้นที่ที่มีการสู้รบกับระหว่างสองฝ่ายคือ ฝ่ายรัฐบาลและพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หรือที่ฝ่ายรัฐบาลเรียกว่า ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ในพื้นที่สีแดง ซึ่งในขณะนั้นผู้เป็นบิดาของผมได้ปฏิบัติภาระกิจรับราชการอยู่ในพื้นที่นั้น ในช่วงจังหวะเดียวกันกับที่อาจารย์เสกสรรค์ หรือ สหายไทในขณะนั้นได้เข้าร่วมกับพรรดคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ผมจึงรู้สึกภูมิใจอยู่เล็กๆว่าชีวิตผมก็มีอะไรคาบเกี่ยวในประวัติศาสตร์ส่วนนั้นอยู่บ้าง
และย้อนไปหลายปีผมก็เคยได้อ่านหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง อีกฟากฝัน บันทึกแรมทางของชีวิต โดยผู้เขียน จิระนันท์ พิตรปรีชา นักเขียนซีไรต์และผู้หญิงของอาจารย์เสกสรรค์ ผู้หญิงที่หนีเข้าป่า บินไปปารีส เข้าปักกิ่ง เดินเท้าเข้า เวียตนาม ลาว และประเทศไทย ณ.ที่ตั้งของพรรคคอมมิวนิตส์แห่งประเทศไทยในป่าแถวรอยต่อจังหวัดน่านและจังหวัดไซยบุรีของสปป.ลาว ผู้หญิงที่ให้กำเนิดบุตรชายคนแรกให้อาจารย์เสกสรรค์ในป่านั้น ในขณะเดียวกันกับที่มีการเคลื่อนไหวของขบวนการพรรคคอมมินนิวส์แห่งประเทศไทย ซึ่งหวังจะเปลี่ยนประเทศไทยทั้งหมดเป็นคอมมิวนิสต์
ซึ่งหนังสือทั้งสองเล่มเป็นเรื่องเดียวกัน โดยเขียนจากคนสองคนที่เดินทางชีวิตร่วมกัน ก็เขียนไปเรื่อยเปื่อยซึ่งณงตอนนี้ผมก็ไม่รู้จะจบมันลงอย่างไร ไม่ต่างกับแววตาของอาจารย์เสกสรรค์ ในรายการโทรทัศน์วันนั้นที่ยังไม่มีคำตอบใด ในขนาดที่บรรยายการการเมืองไทยยังลุมๆดอนๆเต็มไปด้วยความรุณแรงและขัดแย้ง อาจารย์เสกสรรค์ เลือกที่จะปลีกตัวเองออกมาจากสิ่งนั้น สิ่งที่อาจารย์เคยเอาตัวเองหรือชีวิตทั้งชีวิตเข้าต่อสู้ ซึ่งสุดท้ายการเมืองไทยก็ยังไม่ไปถึงใหน ผมไม่รู้ว่าในแววตานั้นอาจารย์คิดอะไรอยู่?
บล็อกนี้ตอนแรกตั้งใจจะทำให้เป็น portfolio ของตัวเองเก็บงานต่างๆที่เคยทำมา เพื่อการนำเสนอต่อผู้ที่สนใจได้ง่ายขึ้น สุดท้ายก็เหมือนจะกลายเป็นที่ที่เอาไว้ให้เจ้าของบล็อกมาบ่นระบายและเขียนเรื่องไร้สาระต่างๆไว้ซะงั้น
XML-RPC
XML-RPC เป็นสิ่งที่วนเวียนอยู่ในการทำงานในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา สำหรับการเขียนโปรแกรมเลียนแบบ scrapbox เนื่องจากไม่อยากเสียตังค์ซื้อ(งก)! และอยากได้โปรแกรมที่ตอบสนองการทำงานของตัวเองโดยสมบรูณ์มากกว่า
XML-RPC เป็นวิธีการหนึ่ง (ไม่เชิงที่จะเรียกว่า protocol?) ที่กำหนดวิธีการและข้อมูลที่ทั้งสองฝั่ง server และ client จะสามารถสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ โดยที่ไม่จำเป็นหรือต้องคำนึงว่าทั้งสองฝั่งใช้ภาษาอะไรในการพัฒนาโปรแกรมและทำงานอยู่บนระบบปฎิบัติการอะไร โดยข้อมูลที่ใช้ส่งผ่านระหว่างสองฝั่งคือ XML และมีการทำงานผ่าน Application Layer (HTTP)
ยกตัวอย่าง wordpress ซึ่งพัฒนาขึ้นมาด้วย PHP ได้ทำการเขียน API ต่างๆเช่น post blog, delete blog และ API อื่นๆในการทำงานกับ wordpress blog, http://codex.wordpress.org/XML-RPC_wp. ซึ่งเราสามารถเขียนโปรแกรมขึ้นมา ด้วยภาษาอะไรก็ได้ เพื่อเรียก API เหล่านี้ โดยผ่าน XML-RPC ซึ่งสิ่งที่เราได้มาก็คือ wordpress admin แบบ remote ซึ่งเราก็สามารถขยายความสามารถเหล่านี้ เพื่อให้โปรแกรมของเราสามารถจัดการ blogs ทั้งหมดที่เรามีอยู่ในมือได้ด้วยโปรแกรมโปรแกรมเดียว โดยแล้วแต่ว่าเราจะต้องการแบบใหน หวังว่าคงจะเป็นประโยขน์และช่วยแบ่งเบาภาระการทำงานลงมาได้บ้างคับ
ปล. รูปนั้นเขียนเองกับมือ 555+
wbm
ในที่สุดก็เขียนเสร็จสักทีอาจจะไม่เทพเท่า scrapbox แต่เลือกเฉาพะสิ่งที่ได้ใช้จริงๆ สรุปสิ่งที่ใช่มีดังต่อไปนี้
1. XML-RPC for PHP สำหรับติดต่อกับ blog ทั้งหมด post blog, count blog posted หลักๆก็มีแค่นี้
2. HTML, PHP, javascript, jQuery, Ajax, JASON สำหรับการทำงานในส่วนของ UI ทั้วไป
3. Google Translate API สำหรับ feature ของการแปล content เป็นภาษาต่างๆ
4. PHP: cURL, PHP: XML Parser สำหรับการดึง article จากเวปต่าง (วิธีการไม่เปิดเผย)
5. Article Spinning API (เขียนเอง)
ก็อาจจะเป็นโปรแกรมเล็กๆที่กำลังจะทดสอบการใช้งาน ซึ่งก็ยังไม่รับประกันอะไรไรถึงประสิทธิ์ภาพของการผลลัพธ์ที่ออกมา ติดต่อหลังไมค์ได้สำหรับวิธีการแบบแจะลึก แนะนำได้เท่าที่แนะนำได้คับ ของเวลาทดสอบและพัฒนาต่อสักสามสี่เดือนถ้าได้ผล แผนการต่อไปคือทำเป็นโปรดักออกมาครับ
Atom Publishing Protocol
จาก post ที่แล้วเกี่ยวกับ iMacros สคริปที่ทำออกมาทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ(เลย) เนื่องจาก iMacros มันอ่อนไหวเกินไป เป็นสคริปที่แค่ทำการจดจำการกระทำเท่านั้น ไม่สามารถนำมาใช้งานกับสิ่งที่ต้องการได้ดีเลย สำหรับงานที่ซับซอนเกินไป คราวนี้เปลี่ยนแนวทางใหม่ครับ หันมาใช่ AtomPub แทน

AtomPub เป็น protocol ที่ใช้สำหรับจัดการ blog แบบ remote เรียกว่าไม่จำเป็นต้อง login เข้าหน้า site admin ก็ได้ ดังนั้นสิ่งที่ต้องการทำก็คือเขียนโปรแกรมตัวหนึ่งขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น app base หรือ web base ก็ตาม โดยโปรแกรมตัวนี้จะทำงานบน AtomPub เพื่อจัดการ blog ทั้งหมดที่มี แบบอัตโนมัตกันเลยทีเดียว
ผลที่ออกมาก็คือโปรแกรมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดีอย่างยิ่ง เรียกว่างานนี้สบายกันเลยที่เดียว เหลือโปรแกรมอีกแค่ตัวเดียวเท่านั้นที่ต้องการก็คือ โปรแกรมที่เป็นตัวหา content (unique content) มาเพื่อป้อนให้กับโปรแกรมตัวนี้ทำงานต่อไป ส่วนเรืองการทำงานบน AtomPub จะมาอธิบายแบบละเอียดภายหลัง โดยจะเน้นที่ wordpress เป็นหลักครับ
imacros
กำลังซุ่มครับช่วงนี้ ซุ่มเขียนสคริปอยู่ตัวหนึ่ง เรียกได้ว่าถ้าเขียนเสร็จ ทำการทดสอบ แล้วถ้ามันทำงานได้สัก 70% ของที่คิดไว้ก็เรียกได้ว่า สคริปตัวนี้จะมาแบ่งเบาภาระการทำงานไปได้เกินกว่าครึ่งแน่นอน เรียกว่าจะสบายขึ้น ที่ตั้งหน้าตั้งตาเขียนสคริปตัวนี้ก็เพราะว่าขี้เกรียจคับ ขึ้เกรียจที่จะมานั่งทำอะไรเองซ้ำๆซากๆ แต่ก็แน่นนอนอยู่แล้วว่าการทำอะไรด้วยมือล้วนๆมัน การันตีร้อยเปอร์เซนต์ว่า content นั้นเพียวจริงๆสำหรับ bot ต่างๆ แต่สคริปตัวนี้เป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ ซึ่งยังคงเหลือบางส่วนที่ต้องทำด้วยมืออยู่อย่างตั้งใจ เช่น ส่วนของ content ซึ่งต้องเป็น unique ซึ่งจะไปหามาด้วยวิธีใหนก็ตามแต่ (มีสคริปอีกตัวทำหน้าที่นี้) แล้วก็แน่นอนครับ สคริปนี้เขียนขึ้นมาด้วย imacros บวกกับ engine ของ MS .NET นิดหน่อย ใกล้จะเสร็จเต็มที่แล้ว อาทิตย์หน้าคาดว่าน่าจะได้ทดสอบความสามารถของมันอย่างแน่นนอน
สำหรับ imacros เหล่าเทพๆหรือบรรดา underground ต่างๆ คงจะใช้งานหรือเขียนสคริปเทพๆกันมาเยอะแยะมากมาย เห็นขายกันในตลาดเยอะแยะมากมาย ทั้งตลาดบนดินและใต้ดิน เช่นพวก 1 click submitted 200+ network อะไรเทือกนี้ก็ตามแต่ ซึ่งก็ไม่เคยซื้อมาใช้กับเค้าสักที เหตุผลคงเพราะอยากจะคงความสนุกในการทำงานไว้อยู่ เช่น การได้ทำอะไรต่างๆด้วยตัวเอง เขียนโปรแกรมก็ยังเป็นอะไรที่สนุกอยู่ ค่อยๆศึกษาเรียนรู้กันไป
แต่ไม่ชอบ interface imacros ของ chrome เลย ธรรมดาเป็นคนที่ทำงานอะไรบน chrome อยู่แล้วเรียกได้ว่าเกือบ 98% จากงานทั้งหมดทำบน chrome เรียกได้ว่าชื่นชอบใน performance ของ chrome มากๆ แต่มาเจอกับตัว plugin imacros ของ chrome นี้มันเซ็งจิตจริงๆ เรียกว่าทำงานไม่สะดวกเอามากๆ แต่อาจจะเป็นเพราะว่าคุ้นเคยกับของ firefox มากกว่า ก็ไม่แน่ใจ
บ่นเป็นยายแก่เลยวันนี้ ไปทำงานแล้วคับ
ปัญหาจากการสร้าง network ส่วนตัว
สำหรับคนที่สร้าง network ส่วนตัวขึ้นมาเพื่อที่จะสร้าง link wheel หรือสร้าง backlink หรือ นักปั่นเวปสำหรับทำ adsense ปัญหาใหญ่ที่คิดว่าทุกคนต้องเจอก็คือเรื่องของ content จากประสบการณ์ที่ได้ทดลองสร้าง nwtwork ส่วนตัวขึ้นมาปัญหาหลักๆที่พบคือ
1. content ที่สร้างมานั้นไม่ติด index ใน google ซึ่งเท่ากับ content นั้นไม่มีความหมายใดเลยสำหรับ google ซึ่งก็เท่ากับว่าไม่มีความหมายใดต่อการทำ SEO ด้วยเช่นกัน
2. การหา unique content ปัญหาคืดจะหา unique content มาได้อย่างไร ซึ่งตามสเต็ปทั้วไปก็คือการทำ arctic rewriting ซึ่งมันได้ผลมากน้อยแค่ใหน สำหรับคนที่ไม่แตกภาษาอังกฤษ content ที่ rewrite มานั้น แน่นนอนว่าฝรั่งอ่านไม่รู้เรื่อง ซึ่ง content แบบนี้ เท่าที่ได้ทดลองทำมาปรากฏว่า ไม่ติด index ใน google ซึ่งเป็นไปแล้ว แน่นอนว่าถ้าเป็นคนทั้วไปมาอ่าน content นี้ไม่ติด index แน่นอน เพราะอ่านไม่รู้เรื่อง แต่สำหรับ bot ของ google มันรู้ได้อย่างไรว่า content นี้มันถูก rewrite มา ซึ่งน่าสนใจมาก
3. สำหรับท่านที่สร้าง network ส่วนตัวจาก free blog ทั้วไป ปัญหาที่เจอหลักคือการถูก suspended เนื่องจากถูกตรวจสอบด้วยระบบอะไรตามแต่ของเวปนั้น แล้วทำให้ทราบว่าบล็อคที่เรากำลังสร้างขึ้นมานั้นเป็นการปั่นขึ้นมา
นี้คือปัญหาหลักๆที่เจอจากการทดลองสร้าง network ส่วนตัวขึ้นมา ซึ่งเป็นปัญหายุ่งยากที่เกิดขึ้นซึ่งก็ต้องหาทางแก้ไขกันต่อไปคับ
ตะลุยป่า Amazon

จะลุยป่าแล้วครับ ป่าอเมซอนด้วย เพราะว่าดูจากแนวทางที่ศึกษามาทั้งหมดก็พอจะมีแนวทางที่คิดว่าน่าจะลองทำดู ความรู้เรื่อง SEO, PPC ก็พอมีบ้างเล็กน้อย คิดว่าน่าจะถึงเวลาสักที
1. ปั่นเวปขึ้นมาเน้นจำนวนมากเข้าไว้ กระจายตัวไปในหลาย keywords ใช้ script เป็นตัวช่วยในการจัดการสิ่งค้าต่าง
2. ไม่เน้นทำเวปจำนวนมาก เจาะไปใน keyword เป็นตัวๆโดยเฉพาะเจาะจงไปเลย ทุกอย่างทำด้วยมือไม่มีการใช้ script ใดๆ
3. เริ่มแรกด้วยการใช้ host และ domain ฟรีก่อนเพิ่มดูแนวทางและวิธีการในการสร้างเวปและระบบทั้งหมด รวมถึงการวิเคราะห์ keywords ที่เป็นไปได้และน่าจะพอขายได้โดยเน้นไปที่ Niche Keywords ก่อน หรือใช้ astore ของ amazon ไปเลย
4. จัดการเรื่อง host และ domain โดยทั้งหมดต้องอยู่ที่อเมริกาหรือยุโรป เพื่อเน้นตลาดอเมริการและยุโรปเป็นหลัก
5. เรื่องการโปรโมตคงเน้นไปที่ SEO เป็นหลักยังไม่อยากเสี่ยงกับ PPC แต่ในบางคีย์เวริค์สามารถทดลองกับ PPC เปรียบเทียบว่าคุ้มหรือไม่กับ conversion rate ที่เกิดขึ้นเมื่อเทียบกับ cost ทั้งหมด
6. ทุกอย่างสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม
มันเหมือนการตะลุยป่าเลยจริงๆ ทุกอย่างรู้แค่คร่าวๆหรือคิดว่าจะศึกษาเส้นทางมาดีแล้วก็ตาม แต่การตะลุยป่าเราไม่รู้เลยว่าอะไรมันจะรออยู่ข้างหน้า ต้องลุยไปเท่านั้นถึงจะรู้ และแก้ปัญหาเป็นเรื่องๆไป
5 albums to die for
5 albums to die for มีน้องคนหนึ่งถามมา แบบว่าถ้าต้องไปติดเกาะตลอดชีวิตจะเอาซีดีอะไรไปบ้าง 5 แผ่นเท่านั้น

1. Dookie, GreenDay 1994 ของแท้และแน่นอนนึกออกได้มาจากไขสันหลังเลยทีเดียว ย้อนกลับไปในช่วงวัยรุ่น เป็นวงนี้เองที่เปิดโลกของดนตรีทั้งหมด มีทั้งความรุนแรงความดิบเถื่อนความไม่ปราณีตทุกอย่างอยู่ในนั้น แต่มีเสน่ห์เป็นบ้า ให้ตายเถอะ

2. (What's the Story) Morning Glory?, Oasis 1995 ไล่กันมากับวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตและยังคงยิ่งใหญ่มาถึงวันนี้ ไม่มีคำบรรยายใดจะอธิบายได้ดีกว่านี้ เป็นสิ่งที่วัยรุ่นเราต้องก้าวข้ามผ่าน!

3. The Bends, Radiohead 1995 แทบอยากจะปาทิ้งถังขยะในทันทีที่ฟังครั้งแรก ก่อนหน้านั้นรู้จัก Radiohead จากเพลงดังของอัมบัลก่อนหน้านั้น, creep. มันมาก ก้าวร้าว และมีท่องฮุกที่รุนแรงตามประสาเพลงอันเทอเนทิฟฝั่งอังกฤษตอนนั้น แต่ใน The Bends มันเปลี่ยนไป มันปราณีตกว่านั้น มันลึกกว่านั้น มันมีรายละเอียดมากกว่านั้น มันเลยไม่ตอบสนองความรู้สึกวัยรุ่นมันๆในตอนนั้น แต่ฟังอีกหลายรอบเข้าจึงเพิ่งรู้ว่านี้มันของดีนี้หว่า และมันก็เป็นธรรมชาติของวงนี้ไปแล้วที่จะมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดไปในทุกๆอัมบัลที่ออกมา

4. Nevermind, Nirvana, 1991 ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับหลายคน ไม่ใช่อัมบัลแรก แต่เป็นอัมบัลที่ทำให้ทุกคนรู้จัก Nirvana อย่างน้อยหนึ่งเพลงแน่นอน, Smells Like Teen Spirit. กล้าพูดได้เลยว่าเพลงของ nirvana อยู่กับเราในทุกช่วงเวลา ดีใจ เสียใจ เหงา เศร้า เสียใจ รัก หมดรัก อกหัก ฯลฯ ขอบคุณมากๆ จากเด็กยุด90's

5. Think Tank, Blur 2003 อัมบัลใหม่ที่สุดจากทั้งห้าอัมบัล ปี 2003 เราเติบโตมากขึ้นประสบการณ์มากขึ้น ผ่านอะไรๆมามากขึ้น สิ่งต่างๆเก็บสะสมเพาะบ่มออกมาเป็นตัวของตัวเองในที่สุด และอัมบัลนี้โตตามเรามา จนทำให้คนที่โปร oasis อย่างเราเองเลือกที่จะมาฟัง blur และกล้าที่จะพูดออกมาเลยว่า blur ให้อะไรกับเพลง(music) มากกว่า oasis
หมดแล้วห้าอัมบัล ซึ่งทั้งห้าไม่ได้คิดหรือเตรียมการใดมาก่อน นึกออกมาเขียนได้ในทันที จะเห็นว่าทั้งหมดเป็นเพลงในช่วงวัยรุ่นทั้งหมดเลย ยุดที่ฟังด้วยความรู้สึก ไม่มีพื้นฐานอะไรใดๆทั้งสิ้น นึกถึงช่วงนั้นจังเลย เป็นโฟสตที่นอกเรื่องมาก แต่ไปๆมาๆก็อยากให้มีโฟสตแบบนี้เยอะๆเหมือนกันแฮะ
SEO & etc.
ช่วงอาทิตย์ก่อนได้ทำการส่งงานให้ลูกค้าไปอีกเจ้าหนึ่ง เป็นงาน SEO ของบ.ทัวร์แห่งหนึ่ง จากที่ตกลงกันคือ TOP3 เท่านั้น ซึ่งก็เป็นไปได้ตามที่ตกลงกัน คิดว่างานนึ้โหดหินที่สุดเท่าที่เคยทำมาแล้ว จากคู่แข่งที่อยู่ในหน้าแรก ซึ่งมี PR สูงๆกันทั้งนั้น แต่เวปของลูกค้าเรา PR=0 แต่สามารถเบียดมาอยู่ใน TOP3 ได้ นั้นหมายความว่า PR ยังมีความสำคัญในการจัดอันดับอยู่หรือป่าว เซียนๆบอกว่าไม่ หลายๆคนบอกว่าไม่แน่ใจ เราบอกว่าไม่รู้
จากที่เรียนรู้มาในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องของอันดับจะเป็นเรื่องของลิงค์มากกว่า คุณภาพของลิงค์ ลิงค์นั้นๆมาจากใหน จากที่ที่เดียว หรือว่าหลากหลายไอพี หลากหลายประเทศหรือป่าว มีจำนวนมากแค่ใหน ส่วนในเรื่องของ content ใน page จะเป็นตัวตัดสินในเรื่องของ keyword อย่างเช่น เราเปลี่ยน title ของเวปหนึ่งโดยที่ไม่ได้ทำการจัดการเรื่องลิงค์เลย เวปก็สามารถทำอันดับในคีย์เวริค์นั้นๆได้ทันที ทั้งนี้ทั้งนั้นทั้งหมดนี้เป็นความคิดส่วนตัวคับ
ช่วงอาทิตย์ก่อนได้มีโอกาสไปพรีเซนต์เรื่อง SEO ให้กับหน่วยงานเกี่ยวกับการศึกษาแห่งหนึ่ง จะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่มีความเข้าใจในเรื่องการทำ SEO แบบผิดคลาดเคลื่อนไปมาก เช่น ให้ความสนใจในบางคียเวริค์เป็นพิเศษ โดยที่ไม่ได้คำนึงว่าคียเวริค์นั้น มี Mouthly Searches หรือ Search Trends เป็นอย่างไร คงจะเป็นการทำ SEO ที่สูญป่าวเป็นแน่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องให้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ลูกค้าคับ
cath SEO 2
พูดถึงเรื่องคุณเคตนักทำ SEO ชาวอังกฤษ ที่ได้เล่าถึงในคราวก่อนอีกสักหน่อย จริงๆจะพูดว่าคุณเคตแกเป็นนักทำ SEO ก็คงจะพูดไม่ได้เต็มปากแบบถนัดๆนัก เพราะคุณเคตไม่รู้เรื่องโค้ดเลยไม่ว่าจะเป็น HTML, CSS หรืออะไรทั้งนั้น แล้วเวปที่คุณเคตแกทำ SEO ก็คือเวปขายจิวเวอรี่ ของแกเองแต่ทั้งหมดเน้นไปที่ on-page ทั้งนั้น ดังที่ได้พูดไปแล้ว และอีกอย่างคือ blog ซึ่งอยู่ในตัวเวปขายจิวเวอรี่นั้น ซึ่งแกอัพเดตทุกวัน (ทุกวันจริง) ซึ่งแน่นอน google ชอบมาก ส่วนเรื่องการหา back link แทบจะไม่ได้มีการสร้างลิงค์ในส่วนนี้ขึ้นมาด้วยตัวเองเลย นั้นก็สรุปได้ว่าคนที่ไม่มีความรู้ทางเทคนิคมากมายก็สามารถทำ SEO ได้ แค่เข้าใจในรูปแบบหรือโครงสร้างเวปไซต์ที่ดี ไม่มีการสแปม ไม่มีการสร้างลิงค์ด้วยวิธีต่างๆที่ไม่ถูกต้อง คุณก็สามารถจะมีอันดับที่ดีได้ใน google ได้
อีกอย่างที่คุณนายแกเท่มาคือ เวปขายจิวเวอรี่ของแกนั้นหล่ะ ซึ่งเป็นงานหลักเป็นรายได้หลักของแก ซึ่งแกมีเวปใซต์แบบนี้อยู่ทั้งหมดสามเวป ขายของแตกต่างกันไป สิ่งที่น่าอิจฉาที่สุดคือการที่สามารถเดินทางไปใหนต่อให้ได้โดยอิสระ ไม่มีออฟฟิตที่ทำงาน มีแค่โน๊ตบุ้คตัวหนึ่งก็สามารถทำงานได้แล้ว (แอบเห็นว่ายังเป็น celeron อยู่เลย) แต่ไม่ใช่ amazon นะคับ เป็น engine ของ asp.net ส่วนสินค้าก็คงเป็นสินค้าของแกเอง ก็เก็บมาเล่าแบ่งปันคับ
cath SEO
เมื่อวานได้มีโอกาสคุยกับ นักทำ SEO ชาวอังกฤษท่านหนึ่ง ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก ได้อะไรใหม่ๆมากมายบางอย่างก็เป็นสิ่งเรารู้แล้ว บางอย่างก็เป็นสิ่งที่เราละเลยไป บางอย่างก็เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญกับมันมากเกินไป ซึ่งเขาก็บอกตั้งแต่แรกแล้วว่าสิ่งที่เขาบอกสิ่งที่เขาเล่าเราอาจจะรู้อยู่แล้วและบางอย่างเราอาจจะไม่เห็นด้วย สิ่งที่เรียนรู้ได้มีหลายอย่างเช่น ความเป็นมืออาชีพในการทำงาน ซึ่งมีในชาวต่างชาติ(ตะวันตก) เกือบทุกคนอยู่แล้ว ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนที่ดี ได้มุมมองหลายๆอย่าง อย่างเช่นการหันกลับมามองที่ on-page มากขึ้น เรื่องของการ SPAM คีย์เวริค์ใน on-page (เป็นการทำ SEO ที่ low class มากๆ, ความเห็นส่วนตัว) เรื่องของการทำ link exchange ซึ่งฮิตกันมากในเวปกลุ่มธุรกิจต่างๆ ซึ่งมัน google ให้ความสำคัญลดลงมาก เพราะว่ามันเป็นการแลกลิงค์และมันเป็นการตกลงกันระหว่างเวปสองเวป ซึ่งมันไม่มีน้ำหนักอะไรเลยในลิงค์นั้นๆ ลิงค์ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คงจะเป็น one way link คือสิงค์ทางเดียวจากเวปหนึ่งๆ ที่ลิงค์มาหาเวปเรา และเรื่องของ mate tag ต่างๆซึ่งไม่น่าเชื่อว่ายังมีความสำคัญอยู่มากๆ เรื่องของ bot cycle ซึ่งผ่านการวิเคราะห์มาแล้วว่าจะมีวงจรเป็นเช่นใร เรื่องของ blog ซึ่งก็หมายถึงเรื่องของ unique content การอัพเดตต่างๆ ก็ได้ความรู้มามากมายครับ แลกเปลี่ยนกัน
สุดท้ายก็ขอให้คุณนายเดินทางกลับบ้านอย่างปลอยภัยแล้วกัน และทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ keep in touch กันด้วยอีเมลล์ต่อไปครับ ในโลกของการทำงานอิสระเราได้เจอผู้คนมากมายคนที่เราได้เรียนรู้จากเขาไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีหรือร้าย ทั้งหมดถึอเป็นประสบการณ์ที่ดีในชีวิตหนึ่งๆ ของเราที่จะได้เจอ ขอบคุณทุกประสบการณ์ ^^
Link Wheel
พูดถึงเรื่องของ link wheel ซึ่งธรรมดาก็คิดว่ามันจะมีประสิทธิ์ภาพจริงเหรอ? เคยเห็นทั้งทำมาแล้วใช้ได้ผลและใช้ไม่ได้ผล ทั้งสองอย่าง แต่กับตัวเองจริงๆยังไม่เคยลองทำจริงๆจังสักที จนสุดท้ายมีลูกค้ารายหนึ่งบอกว่าอยากจะซื้อ link wheel จากเจ้าหนึ่งมาใช้กับเวปของตัวเองเพราะว่าเคยซื้อมาใช้กับ keyword ตัวหนึ่ง ซึ่งขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆในเวลาที่เร็วมาก (2 อาทิตย์) อืม...
ในที่สุดทนไม่ไหว เมื่อวานเลยลองสร้าง link wheel ในสไตส์ของตัวเองขึ้นมาจาก network ส่วนตัวที่มีอยู่ทั้งหมด ซึ่งก็ไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร ก็ต้องรอดูกันต่อไป อะไรๆต่ออะไรมันไร้รูปแบบจริงๆ บางเวปโนเนมมากมีแค่หน้าอินเด็ตหน้าเดียว content ก็ไม่มีการอับเดตอะไรเลย เวปเพิ่งมาอายุได้ประมาณแค่เดือนเดียว แต่มี backlinks มาหลายหมื่นลิงค์ (จากการทำ back hat) ซึ่งธรรมดามันต้องโดนแบนไป แต่ไม่น่าเชื่อก็ขึ้นมาอยู่ในอันดับหนึ่งเบียดเจ้าที่เก่าขาใหญ่ลงไปเฉยเลย ทำเอางง ไร้รูปแบบจริง
พูดถึง SEO หลังๆมานี้หรือจากการค้นคว้าในเวปต่างๆ ส่วนใหญ่เทรนหลังๆมานี้จะพูดถึงแต่เรื่องของ ลิงค์ ลิงค์ ลิงค์ แล้วก็ ลิงค์ สงสัยนี้คงเป็นเทรนต่อไปในการทำ SEO ซึ่งให้ความสำคัญกับการทำ on-page น้อยลง ซึ่งปัจจุบันก็น่าจะอยู่แค่ 20%-30% (คิดเอาเอง) ต่อไปก็คงจะเป็นแต่เรื่องของลิงค์ ลิงค์ ลิงค์ แล้วก็ ลิงค์ในที่สุด สำคัญคือเราจะหาลิงค์ที่มีคุณภาพมาสู่เวปของเราได้อย่างไร แค่นั้นเอง
semantic search
มีคำถามหนึ่งที่ มีคนถามเรามาเมื่อวานว่า google.com กับ google.co.th ผลลัพธ์เหมือนหรือแตกต่างกัน อย่างไร? คำตอบคือเหมือนและไม่เหมือนก็ได้ แม้แต่เครื่องต่างกันค้นหาด้วย google.com หรือ google.co.th เหมือนกันยังให้ผลลัพธ์แตกต่างกันได้เลย เพราะอะไร เพราะว่าตามความเข้าใจของเราเอง google ได้เริ่มทำ personalize แล้วเพื่อจะเข้าสู่ web3.0 ซึ่งเป็น semantic search สำหรับ google เอง โดยผลลัพธ์การค้นหาจะจำเพาะต่อตัวบุคคลนั้นๆ เช่น นาย ก. ค้นหาคำว่า มะม่วง อาจจะได้ผลลัพธ์การค้นหาเป็น ลูกมะม่วงหรือต้นมะม่วง แต่นาย ข. ซึ่งชอบทานข้าวเหนียวมะม่วงมากๆ ผลลัพธ์การค้นหาอาจจะเป็น ข้าวเหนียวมะม่วงหรือขนมที่ทำจากมะม่วงต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพธ์การค้นหาของนาย ก. และ นาย ข. จึงไม่เหมือนกัน ซึ่งมันเป็นผลดีสำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาข้อมูลกับ google จริงๆ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มันเป็นสิ่งที่เค้าต้องการค้นหาหรือสนใจจริง
ส่วนสำคัญ อีกย่างของ sematic search คือการค้นหารูป ซึ่ง google รู้ได้อย่างไรว่ารูปนั้นมันเป็นรูปอะไรเกี่ยวข้องกับอะไร บางคนอาจจะบอกว่า ดูจาก alt tag ของรูปภาพนั้น ซึ่ง alt tag เป็น tag ที่คนสามารถใส่รายละเอียดเข้าไปได้ซึ่งมันอาจจะไม่เกี่ยวกับรูปนั้นเลย แต่มีการหวังผลในการทำ SEO ในบางอย่าง ปัญหาตรงนี้ google ได้สร้าง data warehouse ขนาดใหญ่ขึ้นมา ซึ่งทุกอย่างที่เราได้ค้นหา อย่างเช่น keyword ต่างๆหรือประโยคต่างๆที่เราได้เขียนได้เขียนกำกับไปในรูปภาพต่างๆใน social web ทั้วๆไป ทุกอย่างได้ถูกส่งกลับไปยัง google หมดเพื่อสร้าง data warehouse ขนาดใหญ่นี้ขึ้นมา แน่นอนและพิสูจน์ได้จากการดักจับข้อมูล input/output ทุกๆสิบนาทีจะมีข้อมูลจาก firefox ถูกส่งกลับไปยัง google เนื่องจากกูลเกิ้ลเป็นผู้บริจาครายใหญ่ของ firefox ซึ่งตรงนี้ถ้าจะพูดถึงเรื่อง privacy ก็คงต้องพูดกันยาวว่ามันละเมิดหรือไม่
เพราะฉนั้นผลลัพธ์ต่างๆนั้นได้ถูกประมวลผลโดยมี data warehouse ขนาดใหญ่เป็นส่วนประกอบ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มันจะ่ขึ้นอยู่กับผู้ที่เป็นคนค้นหาสิ่งนั้นจริงๆ ถึงมันดีต่อประสิทธฺภาพของ google เอง แต่แน่นอนมันเหนื่อยสำหรับคนที่ทำ SEO ในทางกลับกันครับ
Backlinks???
พูดถึงเรื่อง Backlinks ก็ต้องเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งของการทำ SEO? หรือป่าว บางคนบอกว่าไม่ บางคนบอกว่าใช่ แต่ google ปิดปากเงียบสนิท ฺBacklinks คือสิ่งที่ลิงค์มาหาเวปไซต์หรือเวปเพจคุณจากเวปเพจต่างๆ ซึ่งถ้ามันยิ่งมากก็แสดงว่าเวปไซต์หรือเวปเพจนั้นของคุณมัน ป๊อปพิวล่าพอสมควร? แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ ลิงค์ที่ลิงค์มายังเวปคุณนั้นต้องเป็นลิงค์ที่มีคุณภาพด้วย? ซึ่งมันหมายความว่าลิงค์นั้นต้องมาจากเวปเพจที่มันเกี่ยวเนื่องกับ keywords (relevant) ของคุณหรือเกี่ยวเนื่องกันเนื้อหาในเวปคุณ เช่น เวปเพจนี้ของคุณมีเนื้อหาเกี่ยวกับ เทนนิส แล้วคุณมีลิงค์ที่ลิงค์มาจากเวปเพจที่มีเนื่อหาเกี่ยวกับเรื่องของเทนนิส เป็นต้น
แต่ที่เรางงและสงสัยเกิดเป็นคำถามที่เข้ามาในหัวสมองคือ เราจะได้ลิงค์ที่มีคุณภาพเหล่านั้นได้อย่างไร นอกจากวิธีการหาลิงค์แบบทั้วไปที่อีกนิดหนึ่งก็จะเรียกว่าการ SPAM ซึ่ง มันไม่มีความเป็นศิลปเลย เ่ช่น forums signature, blog comment หรือแม้กระทั้งการ submit web directory หรือแม้กระทั้งการ submit social bookmark ต่างๆ ซึ่งมันเป็นการ SPAM หรือป่าว ลิงค์จำนวนมากที่ได้มา google ให้ความสำคัญแค่ใหน หรือ แม้กระทั้งการซื้อขายลิงค์ ซึ่งมันได้ลิงค์มาจริงๆด้วยเวลาที่ใ้ช้ไปจำนวนน้อยนิด ซึ่งตรงนี้ Matt Cutts วิศวกรของ google บอกว่าจะมีการเข้มงวดกับการซื้อขายลิงค์มากขึ้น
เช่นกันเหมือนที่เคยพูดเคยคิดไว้ว่า สิ่งที่ google ให้ความสำคัญมากที่สุดนั้นก็คือ ประสิทธิ์ภาพในการค้นหาของ google เอง นั้นคือผู้ที่มาค้นหาสิ่งไดๆใน google ต้องได้สิ่งที่ค้นหานั้นกลับไป ซึ่งมันเป็นแนวคิดที่ google ยึดถึอไว้และมันทำให้ google มีวันนี้มาได้
ยกตัวอย่างเช่นเรื่องการทำ Adwords ที่ผู้โฆษณาแต่ละรายต้องทำการประมูลราคาต่อคลิก, CPC ว่าเจ้าใหนที่ให้ราคามากกว่าสูงกว่าก็ควรจะได้อยู่ในอันดับที่ดีกว่า สูงกว่า บนกว่า ซึ่งตามหลักของการประมูลมันควรจะเป็นอย่างนั้น แต่สำหรับ google มันไม่ใช่ ไม่ใช่ว่าคุณจะประมูลไปในราคาที่สูงลิ่วชนิดที่เจ้าอื่นเทียบไม่ติด นั้นไม่ได้การันตีว่า Ad ของคุณจะอยู่ในอันดับหนึ่งเสมอไป
สองสามวันนี้เรามีความสงสัยในเรื่องของ Backlinks อ่านและศึกษาในเรื่องของ Backlinks มากมายแต่ก็ไม่เจออะไรที่ตอบคำถามได้อย่างจริงจังๆสักที่ คำค้นที่เราใช้ในการค้นหา, "Backlinks", นั้นสิ่งได้ออกมาส่วนมากเป็นเวปที่ซื้อขายลิงค์ ที่มีคำเชิญชวนที่คลาสสิกที่สุดนั้นคือ FREE ซึ่งจริงๆแล้ว ของฟรีไม่ได้ในโลก ซึ่งก็ได้แต่เซ็งกับเวปที่เราไม่ได้ต้องการ ซึ่งตรงนี้มันหมายความว่าประสิทธิ์ภาพในการค้นหาของ google มันลดลงหรือป่าว?
Adwords
เริ่มแล้วครับ เริ่มทำงานที่เกี่ยวกับ adwords แล้ววันนี้ เพิ่งรู้เลยว่า adwords ไม่หมูแน่นอน มีศัพท์หลายคำเลยที่ไม่เข้าใจ อ่านไปงงไป อ่านไปอ่านมาเริ่มมึน ไม่หมูแน่นอนครับ ยากกว่า adsense เยอะ อาจจะเป็นเพราะว่า adsense ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร แต่ adwords คือเราเป็นผู้ลงโฆษณาจริง จึงต้องมีเรื่องค่าใช้จ่ายเข้ามา ต้องมีการควบคุมค่าใช้จ่ายตรงนี้ ควบคุมค่าใช้จ่ายที่จะใช้ในการโฆษณาแต่ละวัน มีการเลือก keywords ที่สัมพันธ์กับโฆษณานั้น แล้ว keywords นั้นมีคู่แข่งหรือคนลงโฆษณาใน keywords เดียวกับเราเยอะหรือป่าว ถ้ามีเยอะแล้วจะเป็นอย่างไร? ต้องทำอย่างไร? ตอนนี้มึนไปหมดเลยครับ และยังมีคำศัพท์อีกหลายคำที่ยังไม่เข้าใจดีพอ อย่างเช่น CTR?, Bid?, CPC? (จะย่อกันไปใหน), Negative Keywords?, Exact Matches Keyword?, Landing Page?, ความแตกต่างระหว่างการค้นหาแบบ Search และ การค้นหาแบบ Content? ก็ค่อยๆอ่านค่อยๆทำความเข้าใจกันไป แล้วงานที่เราได้มาก็เป็นการลง Ad ให้กับเวปที่ค่อนข้าง complicate นิดหน่อย ก็ต้องลุยกันไปละครับพี่น้อง
Adwords for Gamble
จากที่เคยพูดถึงงาน Adwords งานหนึ่ง ซึ่งเวปนี้เกี่ยวกับคาสิโนหรือการพนัน ซึ่งเราก็ยังไม่แน่ใจว่ามันจะสามารถลงประกาศโฆษณาใน Adwordsได้หรือป่าว แต่วันนี้สรุปแล้วครับว่า ไม่ได้
1. จากรูปในกรอบสีแดง คือผลการแสดง Adwords ด้วย keyword ที่ค้นหาคือ "บาคาร่า ออนไลน์" จะเห็นว่าผลลัพธ์ของ Adwords ในสีแดงไม่มีเวปเกี่ยวกับการพนันเลย หมายถึง google ไม่อนุญาติให้โฆษณาเวปประเภทนี้ใน Adwords
2. ในกรอบสีแดงเป็นเวปเกี่ยวกับการพนันซึ่งไปปรากฏอยู่บน Adwords ได้ ซึ่งจริงๆแล้ว google ห้ามการโฆษณาประเภทนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ระบบการตรวจสอบคำภาษาไทย ยังไม่ดีเท่าที่ควร เลยมีโฆษณาประเภทนี้หลุดมาเป็นระยะๆ
3. ข้อห้ามในการโฆษณาผ่าน Adwords จากเวปของ google เอง
- เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย
- เว็บไซต์การพนัน คาสิโน
- เว็บไซต์ภาพลามก อนาจาร
- เว็บไซต์ที่มีคำหยาบคาย
- เว็บไซต์กลุ่มต่อต้าน หรือ องค์กรที่ใช้ความรุนแรง หรือ ก่อการร้าย
- เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับ Hacking หรือ Cracking
- เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการโฆษณามากเกินไป เพื่อโฆษณาเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีเนื้อหาอย่างอื่นเลย
- เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับ ยา และ อุปกรณ์การแพทย์ที่ผิดกฎหมาย
- เว็บไซต์ Spam Keyword
- เว็บไซต์เนื้อหาที่ผิดกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ ปลอมแปลงสินค้า
- เว็บไซต์อาวุธสงคราม
- เว็บไซต์เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
- เว็บไซต์บุหรี่
4. สรุปว่าถ้าต้องการโปรโมตเวปที่เกี่ยวกับการพนัน ต้องทำด้วย SEO อย่างเดียวครับ
Norwegian Wood
เห็นทีเซอร์นี้ใน facebook ของ bioscope ก็นึกได้ว่าเราเคยอ่านนี้หว่า Norwegian Wood ในช่วงที่มูราคามิกำลังโด่งดังอยู่นั้น เราก็เป็นคนหนึ่งที่เริ่มอ่านงานเริ่มศึกษางานของมูราคามิอยู่ ยอมรับครั้งแรกว่าไม่เป็นดังหวังเลย งานของมูราคามิไม่ได้เป็นอะไรที่อ่านได้ง่ายๆ ในที่สุดจึงปา A Wild Sheep Chase (แกะรอยแกะดาว) ทิ้งไป หลังจากนั้นเราก็ลืมมูราคามิไปเลย จนวันหนึ่งนานมาหลังจากนั้น ไม่รู้ว่าด้วยอะไร แต่เราก็หยิบ พินบอล ของมูราคามิมาอ่าน คราวนี้ก็เป็นจุดเริ่มเลย หลังจากนั้นเราตะลุยอ่านมูราคามิมาเกือบหมด เท่าที่มีคนแปล
ทีเซอร์นี้ก็เศร้าๆเหงาๆตามบรรยายกาศและตัวละครในหนังสือของมูราคามิ คนที่ค่อนข้างแปลกแยกจากสังคม อยากรู้เหมือนกันว่าหนังจะถ่ายทอดออกมาได้ดีเหมือนหนังสือหรือป่าว
"ในระหว่างที่คุณใช้เวลาเปลืองเปล่าไปกับความอ้างว้างเหงาหงอยหน้าตู้พินบอล ใครสักคนกำลังใช้เวลาเดียวกันนั้นอ่านวรรณกรรมของพรูสต์ อีกคนอาจใช้เวลากอดรัดฟัดเหวี่ยงเพื่อนสาวในรถยนต์กลางลานภาพยนต์ไดรฟ์อิน คนแรกอาจกลายเป็นนักเขียน และชายคนที่สองที่กล่าวถึงกลายเป็นพ่อคน"
"อย่างไรก็ตาม ตู้พินบอลไม่พาคุณไปถึงไหน มีแค่เล่นซำ้ หยอดเหรียญเล่นซำ้...เล่นซ้ำจนคุณสาบานได้ว่า เกมพินบอลเล่นต่อเนื่องไปชั่วนิรันดร์ มนุษย์เราไม่มีทางดำเนินไปได้ชั่วนิรันดร์ แต่เราก็พอจะได้ชิมลิ้มรสอนันตกาลได้บ้าง"
, พินบอล
Adwords
ตอนนี้เราได้งานใหม่มางานหนึ่ง ซึ่งเป็นงานเก่ามากๆสำหรับหลายๆคน แต่เป็นงานที่ใหม่สุดๆสำหรับเราเลย adwords นั้นเอง ในที่สุดก็ได้ฟาดฟันกับมันจนได้ ซึ่งในความคิดเราตอนแรกเกี่ยวกับ adwords ก็คือ เป็นการโฆษณาเวปที่เราต้องการในเวปพันธมิตรของ google (เวปที่ทำ adsense?) โดยมีการกำหนด keyword สำหรับเวปที่เราต้องการจะโฆษณา ดังนั้นเวปของเราที่จะไปแปะโฆษณานั้นก็จะไปโฆษณาอยู่บนเวปที่เกี่ยวข้องกันกับเวปที่เราต้องการโฆษณาจริงๆ โดยดูจาก keyword ที่เรากำหนดไป ซึ่งกลุ่มลูกค้าที่เราต้องการก็คือกลุ่มลูกค้าที่สนใจเกี่ยวกับ keyword เหล่านั้น และค่าใช้จ่ายในการโฆษณาของเราจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีผู้คลิกเข้ามาในเวปของเราผ่านโฆษณาตัวนั้น ซึ่งก็หมายความว่ามีผู้สนใจในเวป, ข้อมูล หรือสินค้าของเราจริงๆ นี้เป็นคอนเซ็ปคร่าวๆที่เราเข้าใจมาก่อน
แต่สำหรับงานใหม่ที่เข้ามาในตอนนี้มันไม่ make-sense เอามากๆในตอนแรก สิ่งที่ลูกค้าทราบเกี่ยวกับ adwords ก็เหมือนที่เราเขียนไปข้างบน แต่ปัญหาที่ลูกค้ากังวลคือ ถ้าสมมุติมีคนคลิกมาเยอะๆ เขาก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะตามไปด้วยสิ? ซึ่งเขากังวลว่ามันจะเป็นค่าใช้จ่ายที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งมันไม่ make-sense เลยในตอนแรก คือคุณโฆษณาเพราะคุณต้องการ traffic เยอะๆที่จะเข้ามาในเวปของคุณ แต่คุณกับกังวลในเรื่องค่าใช้จ่ายตรงนั้น ในทางกลับกัน traffic จำนวนมากๆเหล่านั้นคุณก็สามารถนำไปเปลี่ยนเป็นรายได้อยู่แล้ว
ดังนั้นสิ่งที่เราต้องเข้ามาจัดการคือ ทำการโฆษณาเวปของลูกค้าผ่าน adwords โดยสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้ นี้คือสิ่งที่เราต้องเข้าไปรับผิดชอบ ซึ่งปัญหาต่อมาคือ เราจะจัดการตรงนี้ได้อย่างไร ซึ่งตอนนี้ก็ศึกษา adwords อย่างขมักขแม้นเลยทีเดียวครับ ยังมีศัพท์แปลกๆหลายคำที่ยังไม่คุ้นและยังไม่เข้าใจกับมันดีเท่าที่ควรจะ เช่น Bid , CTR, Nagative Keywords, Exact Matches, Content Campaigns เหมือนกับตอนเริ่มทำ SEO ใหม่เลย ที่ต้องเริ่มเรียนรู้ทุกอย่างจากศูนย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่สนุกมาก
BKK again
ปลายเดือนนี้ต้องไปกทม.อีกแล้วคับ ไปเป็นแทรนเนอร์สอนเรื่อง Appication Security และ Data Security ซึ่งช่วงนี้ก็คงต้องอ่านหนังสือเยอะหน่อยคับ จริงๆแล้วงานสอนเป็นอะไรที่ไม่ถนัดเลยจริงๆ ถ้าเตรียมตัวไปไม่พร้อมจะไม่มั่นใจเอาอย่างมาก มีทางเดียวคือต้องเตรียมตัวไปให้พร้อมที่สุด ข้อมูลต้องแน่น ตอบคำถามต่างๆได้ อืมๆๆ
SEO – Link Wheel
มันก็คล้ายกับที่เราทำให้กับเวปในสังกัดเราทั้งหมด ทำให้ทั้งหมดมันลิงค์เข้าหากันเป็นโครงข่ายไยแมงมุม ซึ่งก็ถูก google ชมเชยโดยการแบนลิงค์ทั้งหมดนั้นไป แบนจริงๆลิงค์เราหายไปหมดเลย งึ่มๆ มันจะหมวกดำหรือป่าวน่าาา รอดูต่อไปว่ามันจะเป็นอะไรที่ยั่งยืนหรือป่าว อย่างไงต่อไปนี้ก็ขอเดินในทางสายขาว เพราะ google เองก็คงไม่อยากจะให้เวปที่ค้นหาออกมานั้นมีแต่เวปที่ถูกปั่นขึ้นมา โดยที่ในเวปนั้นไม่มีเนื้อหาอะไรที่ตรงกับที่ผู้ใช้ต้องการค้นหาเป็นแน่ เพราะนั้นเท่ากับทำให้ประสิทธิ์ภาพในการค้นหาของ google ลดลง ทั้งหมดนี้คิดเอาเองนะครับ รอดูกันต่อไป
รับทำ SEO
ตอนนี้เราก็มีงานเข้ามาใหม่สองเวป ซึ่งเวปก็กำลังทำกันอยู่ ยังไม่สรุปชื่อที่แน่นอน แต่ก็ได้ตกลงรายเรื่องการทำ SEO ไปแล้ว โดยดูจาก keywords ที่กำหนดมา คร่าวๆในการคำนวนราคาเราก็จะดูจากเวปคู่แข่งใน keyword นั้นๆว่ามีการแข่งขันสูงและมีการทำ SEO มากแค่ใหน จำนวน SERPs (Search Engine Results Pages) มากน้อยแค่ใหน กลุ่มเป้าหมายของเวปนั้น ในประเทศหรือนอกประเทศ เพื่อกำหนดว่าผลลัพธ์ที่ได้จะวัดจาก www.google.com สำหรับกลุ่มเป้าหมายต่างประเทศ (ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก) หรือ www.google.co.th สำหรับกลุ่มเป้าหมายในประเทศ จากนั้นก็จะประเมินราคากันไปตามจริงยากเป็นยาก ง่ายเป็นง่าย ตรงไปตรงมาครับ
ส่วนในขั้นตอนการดำเนินการนั้น ตามประสบการณ์ที่เคยทำมา จะติดหน้าแรกภายในสองเดือนและไม่เกินสามเดือน โดยเราจะมีการรายงานผลการดำเนิดการให้ลูกค้าทราบเป็นระยะๆ















![P070710_13.01_[01]](http://www.wardnep.com/wp-content/uploads/2010/07/P070710_13.01_01-300x225.jpg)


