SEM SEO Google Adwords Adsense PPC โปรโมทเว็บไซต์ เขียนโปรแกรม

13Feb/121

How to change your website’s host/domain without affecting your Rankings?


สมมุติว่า คุณมีเวปไซต์หนึ่งซึ่งได้ออกแบบและทำ มาเป็นอย่างดีเยี่ยมแล้วในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งทำให้เวปไซต์ของคุณมี เข้ามาจำนวนหนึ่งเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ แต่แล้ววันหนึ่งด้วยเหตุผลกลใดก็ตามทำให้คุณต้อง เปลี่ยนชื่อโดเมนและย้ายโฮสที่เคยอยู่ นั้นเท่ากับคุณต้องกลับไปเริ่มที่ศูนย์เลยหรือไม่ คำตอบคือไม่ แต่ทุกอย่างก็ไม่มีทางเหมือนเดิมได้ แต่ไม่เท่ากับศูนย์แน่นอน ซึ่งผมเคยเจอกรณีนี้มาแล้ว และจากการค้นหาไม่เชิงค้นคว้า ทุุกอย่างอยู่ใน internet ได้บทสรุปมาดังนี้ ผมเลยอยากจะมาเขียนต่อ

How to change your website’s host/domain without affecting your Rankings?
วิธีการที่จะเปลี่ยนชื่อโดเมนหรือย้ายโฮส โดยที่ไม่กระทบกับการ SEO?

ในกรณีที่คุณย้ายจากเวปหนึ่งไปยังอีกเวปหนึ่ง โดยการเปลี่ยนชื่อโดเมนและย้ายโฮสที่อยู่ (ไม่มีการ re-design) สิ่งที่จะต้องทำก็คือ

1. 301 redirect
จัดการทำ redirect แบบ 301, permanent redirect แบบ page-to-page คือทำทุกๆเพจไปยังโดเมนใหม่ เช่น ย้ายจาก www.aaa.com ไป www.bbb.com สิ่งที่คุณต้องทำคือจัดการทำ 301 redirect ในทุกเพจ ยกตัวอย่าง

www.aaa.com/index.html -> www.bbb.com/index.html
www.aaa.com/contact.html -> www.bbb.com/contact.html
www.aaa.com/about.html -> www.bbb.com/about.html
..
..
www.aaa.com/whatever.html -> www.bbb.com/whatever.html

ส่วนวิธีการทำ 301 redirect ก็มีหลายวิธี แต่ที่ผมใช้เป็นแบบ php ซึ่งถ้าโอสของคุณ enable php ไว้ก็สามารถทำได้เลย

header("HTTP/1.1 301 Moved Permanently");
header("Location: http://www.new-domain.com");
exit();

ทำไมต้อง 301 redirect?
เพราะว่าเป็นสิ่งเดียวที่จะบอก googlebot ได้ว่าเวปไซต์นี้ได้ทำการย้ายที่อยู่ไปเรียบร้อยแล้ว และถ้าในมุมมองของผู้ใช้งานผ่าน search engine ต่างๆ ทั้งหลายเหล่านั้นก็จะถูกย้าย traffic มายังโดเมนใหม่ทันที

2.  webmaster tool / Change of Address
ลำดับต่อมาก็คือการเข้าไปยัง Google webmaster tool ในส่วนของ change of address เพื่อที่จะบอก google ว่าเวปไซต์ www.aaa.com ได้เปลี่ยนชื่อเป็น www.bbb.com เรียบร้อยแล้ว นั้นหมายความว่า google เองได้ยอมรับการเกิดปัญหาในกรณี ย้ายโฮสและเปลี่ยนชื่อโดเมน จึงได้ทำระบบในส่วนนี้ขึ้นมารองรับ ซึ่งคำแนะนำโดยตรงจากตัว google เองในกรณีนี้ก็คือการทำ 301 redirect ซึ่งคุณก็ต้องทำตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในส่วนของ change of address ซึ่งก็จะมีการให้อัพเดต sitemap.xml ใหม่สำหรับเวปไซต์ใหม่ด้วย

3. external/internal links
ลำดับต่อมาก็สิ่งที่ยุ่งยากที่สุด คือ การจัดการ external links/internal links
- internal links ถ้าในการออกแบบเวปไซต์ในตอนตั้งต้นมีกาารออกแบบไว้ดีคือมีการใช้ relative URIs ส่วนนี้คุณจะไม่ต้องทำอะไรเลยแต่ถ้าเป็นแบบ permanent คุณก็ต้องจัดการแก้ไขใหม่ทั้งหมด
- external links คือการจัดการ external links ที่มีทั้งหมดหรือเท่าที่ทำได้ให้ชี้มาที่โดเมนใหม่

และทั้งหมดที่คือขั้นตอนคร่าวๆของการย้ายเวปไซต์ที่มีการทำ SEO ไว้ ซึ่งค่อนข้างจะยุ่งยากพอสมควรครับ

13Nov/110

duplicate content


วันนี้ผมได้ตรวจสอบเวปไซต์ที่ผมดูแลเรื่อง อยู่เวปหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่อันดับแรกของเวปไซต์ข้างบน ซึ่งเวปไซต์นี้ผมไม่ได้เป็นคนดำเนินการหรือเป็นคนทำเวปไซต์ขึ้นมา ผมได้เข้ามาัรับผิดชอบในส่วนของ หลังจากที่เวปไซต์ได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผมก็ไม่มีสิทธิ์หรือไม่รู้ว่าเนื้อหาในเวปไซต์นั้นมาจากใหน ซึ่งจากรูปข้างบนก็จะเห็นว่าต้องมีเวปไซต์อย่างน้อยหนึ่งหรืออย่างมากสามเวปไซต์ที่ได้ก๊อปปี้หรือคัดลอกบนความจากเวปไซต์ใดเวปไซต์หนึ่งมาอย่างแน่นอน (งง?) แต่นั้นไม่ใช่ประเด็น

ประเด็นคือ ทำไมเวปไซต์ที่มีการคัดลอกบนความจากเวปไซต์อื่นมา โดยที่ไม่มีแม้แต่การ rewrite เลยด้วยซ้ำถึงมีอินเด็ตอยู่ในฐานข้อมูลของกูลเกิ้ลได้ ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ กำลังทำ นั้นก็คือโยงไปถึงเรื่องของ ซึ่งก็ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร อาจจะเป็นเพราะเพจเหล่านี้เกิดมาก่อน ซึ่งนั้นทำให้มันไม่รู้เหมือนกันว่าบทความอันใหนเป็นตัวต้นฉบับจริงๆ หรือ ยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์กับภาษาไทยหรือภาษาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ

แค่เจออะไรแปลกๆก็เลยเอามาแชร์กันครับ เริ่มทำ SEO มาได้สักพัก ก็ยังงงๆกับหลายๆอย่าง บางอย่างก็ยังไม่เข้าใจ สรุปว่าเวลาที่ผ่านมาผมก็ยังไม่เข้าใจอะไรเลยอยู่ดี

24Aug/110

PANDA

ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาผมมีงานที่จะต้องจัดการลิงค์ () ให้เวปไซค์เวปหนึ่ง ซึ่งสิ่งที่ได้เห็นและอยากจะแชร์ก็คือเรื่องที่ฮอตฮิต (ฮอตฮิตไปสัพักแล้วละ) เรื่องของ นั้นเอง สิ่งที่เห็นคือ เน็ตเวิร์คที่ถูกสร้างขึ้นมา โดยที่ไม่มีประโยชน์อันใดต่อมนุษย์ชาติ เป็นขยะไซเบอร์ เป็นตัวกินเน็ตเวิร์คทราฟฟิก แบบไร้ประโยชน์ประยังอันใด ซึ่งนั้นก็คือ เวปที่ถูกสร้าง/ปั่นขึ้นมา โดยมีเนื่อหา ที่ copy หรืออาจะ rewrite หรือ translate หรือวิธีการใดวิธีการหนึ่งที่ทำให้ นั้นเปลี่ยนรูปแบบไป เพื่อหวังผลให้ นั้นถูกมองว่าเป็น ที่ unique ซึ่งเวปเหล่านั้นถูก PANDA กินเรียบ ถูก deindex  กันเป็นแถวๆ

แต่ก็ยังมีบางเวปไซต์บางเน็ตเวิร์คที่ยังเหลือรอดมาอยู่ อาจจะเพราะอัลกอริธึมของ PANDA ยังไม่สมบูรณ์นักก็เป็นได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ได้ก็ได้เริ่มสร้างสังคมแบบยูโทเปีย สำหรับการค้นหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตขึ้นมาแล้ว ซึ่งนั้นคือ สิ่งที่คุณต้องการค้นหา คุณจะได้ในสิ่งนั้นจริงๆ และยังมีส่วนย่อยๆลงไปอีกเช่น ย้อนหลังจำนวนกี่วัน ค้นหารูปที่เป็นสี ขาวดำ หรือรูปวาด เรียกว่า ไปไกลกว่าที่ใครจะตามทัน สุดท้ายขยะไซเบอร์เหล่านั้นก็ถูกกำจัดไป

PANDA อาจะมีเรื่องของเนื้อหาที่มีความสดใหม่ เช่น เนื้อหาที่มีความสดใหม่ มีความเป็น unique ไม่ซ้ำใคร จะเป็นที่ซื่นชอบของ Googlebot มากว่าเนื้อหาที่ซ้ำและเก่ากว่า (เป็นความเชื่อส่วนตัว) นั้นหมายความว่าเวปไซต์ที่มีการอัพเดตอยู่ตลอดเวลาจะเป็นที่ชื่นชอบมากกว่า เข้าตามหลักของ Web 2.0 ในที่สุด

แต่มีข้อชวนคิดอย่างหนึ่งสำหรับสิ่งที่ PANDA ทำไว้คือ PANDA ชื่อชอบเนื้อหาที่มีความสดใหม่ แต่ PANDA ยังไม่ได้เข้าใจในเนื้อหานั้นว่าพูดเกี่ยวกับอะไรมีประโยชน์สอดคล้องกับอะไรมากน้อยแค่ใหน หรือไม่อย่างไร ไม่แน่ ในอนาคตมันอาจจะมีการเข้าใจความหมายของเนื้อหาข้อความเหล่านั้นได้ เหมือนที่ Google ได้ทำกับ image search ที่สามาถค้นหา รูปวาด เหมือนจริง กราฟฟิก หรือแม้กระทั้งโทนสี นั้นแสดงว่า Google เริ่มมีการทำ Image Processing กับรูปภาพต่างในเวปแล้ว

29Jun/110

Local SEO

วันนี้ผมอยากจะเขียนเกี่ยวกับ Local เก็บไว้กันลืมสักหน่อย นั้นคือการค้นหาสถานที่/บริการในพื้นที่หนึ่งๆ ซึ่งผมได้เคยเขียนไว้แล้วที่ http://www.wardnep.com/04/23/596/ ซึ่งณ.ตอนนั้นผมยังไม่รู้เลยว่ามันมีชื่อเรียกว่าอะไรมีวิธีการทำเหมือนการทำ SEO ทั้วไปหรือไม่อย่างไร ซึ่งจากการที่ผมได้ทดลองทำมาและเวปไซต์ที่ทำการทดลองนั้นได้ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ต้องการ, แสดงในหน้าแรก ก็เลยอยากจะเขียนเทคนิดไว้กันลืมสักหน่อยครับ

1. Detailed Information ข้อมูลที่ต้องกรอกในหน้าของ  Place ต้อง/ควร ครบถ้วนและละเอียดในทุกๆอย่างๆ โดยเฉพาะในส่วน Basic Information ส่วนที่สำคัญคือ description ควรจะมี keywords ผสมเข้าไปด้วย แต่ต้องไม่มากมายจนดูแล้วเป็นการ SPAM (การ SPAM เป็นการทำ SEO ที่ห่วยและไร้ซึ้งความเป็นศิลปะ) และส่วนที่สำคัญที่สุดจริงคือ category ตรงนี้จะเกี่ยวเนื่องกับ keywords ที่เรากำหนดโดยตรง แบบว่ากำหนด keyword ใหนก็แลือก keyword นั้นเป็น category ไปเลย ตรงนี้จากประสบการณ์ตรงล้วนๆครับ

2. Citations and Reviews ต้อง/ควร จะมี reviews ในทางบวก(5 star) ต่อเวปเป้าหมายของเรา ยิ่งมากยิ่งดี โดยอาจจะสร้าง account ขึ้นมาเพื่อจัดการในส่วนนี้ และเช่นเดียวกับการทำ SEO ซึ่งต้องมีการสร้าง Links กลับมายังเวปเป้าหมายที่ต้องการทำ SEO แต่ในการทำ Links ให้กับ นั้นควรจะมี ชื่อของธุรกิจ, ที่อยู่ และเบอร์โทรประกอบอยู่ด้วย ลิงค์พวกนี้หาได้จากเวปจำพวก yellow page ต่างๆ

3. Visible Consistency ข้อมูลเกี่ยบกับที่อยู่ควรจะเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและสอดคล้องกัน ตรงกันระหว่าง และข้อมูลใน Yellow Page หรือ Web directory ต่างๆ

3.1 Website ข้อมูลที่อยู่ในเวปต้องเป็นง่ายในการอ่าน (ในสายตาของ Google bot) หลักการเดียวกับการทำ SEO

3.2 Real Text ข้อมูลควร/ต้องอยู่ในรูปแบบของ real text และควรจะมี address อยู่ในทุกหน้า (ในส่วนของ footer) และ address นั้นควร/ต้องอยู่ในรูปแบบของ Microformatting

3.3 KML and Geo Sitemaps ทำการ submitted KML and Geo Sitemaps ด้วย

แค่นี้เวปของคุณก็จะติดอันดับเข้าไปอยู่ใน /Google /Google Place แล้วแต่จะเรียกเรียบร้อยแล้วครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือข้อมูลเวปไซต์ที่คุณใส่เข้าไปนั้นต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและมีการปรากฏอยู่ในสถานที่นั้นจริง เนื่องจากการค้นหาแบบ Local Search เป็นการค้นหาที่จำกัดมากๆ คือแค่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง และในการค้นหาแบบจำกัดของ Local Search นั้น ที่เข้ามาก็จะเป็น ที่ตรงกลุ่มเป้าหมายของเราจริง เป็นกลุ่มคนที่ค้นหาบริการของเราในพื้นที่นั้นจริงๆ

14Jun/112

Blog Posting with XML-RPC

สำหรับคนที่ทำ SEO หลายคนคงเคยทำ network ส่วนตัวกันมาบ้างพอสมควร ไม่ว่าจะใช้ networks เหล่านั้นเป็นสะเหมือน web farm ที่จะสร้างลิงค์มายังเวปเป้าหมายหรือแม้กระทั่งจัดการเวปเป้าหมายโดยตรง แต่การจัดการ network/blogs เหล่านั้นมีความยุ่งยากและใช้เวลามากพอสมควร หลายคนจึงเลือกที่จะเสียเงินซื้อ tools ต่างๆมาใช้ เช่นพวก BMG, scrapbox ต่างๆ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามันมีข้อดีข้อเสียอย่างไรเพราะไม่เคยใช้ tool ที่ผมใช้ในการจัดการ network/blogs เหล่านั้น เขียนขึ้นมาเอง โดยเป็นการทำงานผ่าน protocol XML-RPC ซึ่งถ้า blogs เหล่านั้น enable XML-RPC ก็จะสามารถจัดการ blogs ได้ผ่าน protocol XML-RPC

วันนี้ผมเลยอยากเอาโค้ดมาแปะไว้กันลืมและเผื่อผู้ที่สนใจบ้างสักหน่อย การทำงานของโค้ดก็ตรงไปตรงมา ผมจะไม่ขออธิบายอะไรมากนัก ก่อนอื่นต้องโหลด include file ตัวนี้ก่อนโค้ดถึงจะทำงานได้นะครับ IXR_Library.inc

require_once("IXR_Library.inc");

$id = $_POST["id"];
$title = $_POST["title"];
$body = $_POST["body"];
$category = $_POST["$category"];
$tags = $_POST["tags"];
$blogURL = $_POST['BlogURL'];

// set it to false in Production Environment
$client->debug = false;

// encode needed
$title = htmlentities($title , ENT_NOQUOTES, "UTF-8");
$tags = htmlentities($tags ,ENT_NOQUOTES, "UTF-8");

$content = array('title'=>$title,
       'description'=>$body,
       'mt_allow_comments'=>0,		// 1 to allow comments
       'mt_allow_pings'=>0,		// 1 to allow trackbacks
       'post_type'=>'post',
       'mt_keywords'=>$tags,
       'categories'=>array($category),
       'custom_fields' =>  array($customfields));

// create the client object
$client = new IXR_Client($blogURL . "xmlrpc.php");
$username = $_POST['Username'];
$password = $_POST['Passwd'];

// last parameter is 'true' which means post immideately, to save as draft set it as 'false'
$params = array(0,$username,$password,$content,true);

// run a query for PHP
if (!$client->query('metaWeblog.newPost', $params)) {
        die('An error occurred - '.$client->getErrorCode().": ".$client->getErrorMessage());
} else {
        // post blog success
        // do what ever you want here
}
23Apr/110

Google places SEO/Ranking?

สำหรับการ search ใน หลายๆครั้งที่ผลลัพธ์ที่แสดงออกมานั้น บางส่วนเป็นผลลัพธ์ที่มาจาก places ซึ่งส่วนมากเกิดขึ้นจากการค้นหาสถานที่หรือบริการต่างๆ เช่น โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร แล้วมันสำคัญตรงใหน?

สำคัญตรงที่ว่า ถ้าคุณทำ ให้สินค้าบริการหรือสถานที่ต่างๆ ผลลัพธ์ในส่วนของ google places จะมีความละเอียดกว่ามาก คืออะไร? สำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาบริการหรือสถานที่ต่างๆ สิ่งที่เขาต้องการคือ สถานที่นั้น อยู่ที่ใหน ทำอย่างไรไป ไปทางใหน สินค้าบริการนั้นราคาเท่าไร ความคิดเห็นจากผู้ที่เคยใช้บริการมาเป็นอย่างไง ตัวอย่างคร่าวๆของสินค้าหรือบริการนั้น วันเวลาทำการเปิดปิดกี่โมง มีบริการเสริมอะไรหรือไม่ ซึ่งทุกอย่างที่กล่าวมานี้มีอยู่ใน google places ซึ่งมันสะดวกกว่าตรงใหน

สมมุติถ้าเป็นวิธีการแบบเก่าคือ สมมุติคุณต้องการค้นหาโรงแรมสักแห่งในลอนดอน คุณอาจจะต้องค้นหาด้วย keywords ว่า "hotel london" ซึ่งผลลัพธ์ที่คุณได้ก็จะเป็นรายชื่อเวปไซต์ที่ทำ SEO แข่งกันมาอย่างบ้าเลือดสิบเวปผู้อยู่รอดในหน้าแรก แล้วไงต่อ คุณก็ต้องเข้าไปในเวปทีละเวปเพื่อที่จะหาข้อมูลทั้งหมดเหล่านั้น ซึ่งมันจะสะดวกกว่ามั้ยถ้า google places ได้รวบรวมข้อมูลต่างๆเหล่านั้นมาให้แล้ว รวมไปถึง reviews ที่เวปอื่นๆเขียนถึงเวปนั้นด้วยในขณะเดียวกัน

นี้คือตัวอย่างผลลัพธ์ที่มีผลลัพธ์ที่มาจาก google places แสดงแทรกอยู่ด้วยในส่วนที่ทำสีเหลืองไว้ และผลลัพธ์ที่มาจาก ในส่วนสีเหลืองทางขวามือสุด ผลลัพธ์ที่มาจาก google places ละเอียดกว่ามาก อย่างไรแสดงในรูปด้านล่าง

นี้คือคร่าวๆของ google places ส่วนการทำ SEO สำหรับ google places นั้นจะขอเขียนไว้ในครั้งหน้า ซึ่งจริงผมก็ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร google places SEO???, google places ranking??? ฯลฯ ที่ผมเขียนไปก็เขียนมาจากประสบการณ์ตรงที่ได้ทำมา และอยากจะแชร์ความรู้ลงไปในอินเตอร์เน็ตบ้าง เพราะผมก็ได้ความรู้ได้อะไรหลายๆอย่างจากโลกอินเตอร์เน็ตเหมือนกันครับ

Yellow Pages World Web Directory Australia

25Feb/110

wbm

ในที่สุดก็เขียนเสร็จสักทีอาจจะไม่เทพเท่า scrapbox แต่เลือกเฉาพะสิ่งที่ได้ใช้จริงๆ สรุปสิ่งที่ใช่มีดังต่อไปนี้

1. for PHP สำหรับติดต่อกับ ทั้งหมด post , count posted หลักๆก็มีแค่นี้

2. HTML, PHP, javascript, jQuery, Ajax, JASON สำหรับการทำงานในส่วนของ ทั้วไป

3. Translate API สำหรับ feature ของการแปล เป็นภาษาต่างๆ

4. PHP: cURL, PHP: XML Parser สำหรับการดึง article จากเวปต่าง (วิธีการไม่เปิดเผย)

5. Article Spinning API (เขียนเอง)

ก็อาจจะเป็นโปรแกรมเล็กๆที่กำลังจะทดสอบการใช้งาน ซึ่งก็ยังไม่รับประกันอะไรไรถึงประสิทธิ์ภาพของการผลลัพธ์ที่ออกมา ติดต่อหลังไมค์ได้สำหรับวิธีการแบบแจะลึก แนะนำได้เท่าที่แนะนำได้คับ ของเวลาทดสอบและพัฒนาต่อสักสามสี่เดือนถ้าได้ผล แผนการต่อไปคือทำเป็นโปรดักออกมาครับ :)

ปล. เปลี่ยนจาก เป็น XML-

11Jan/110

Atom Publishing Protocol

จาก post ที่แล้วเกี่ยวกับ  สคริปที่ทำออกมาทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ(เลย) เนื่องจาก มันอ่อนไหวเกินไป เป็นสคริปที่แค่ทำการจดจำการกระทำเท่านั้น ไม่สามารถนำมาใช้งานกับสิ่งที่ต้องการได้ดีเลย สำหรับงานที่ซับซอนเกินไป คราวนี้เปลี่ยนแนวทางใหม่ครับ หันมาใช่ AtomPub แทน

เป็น  ที่ใช้สำหรับจัดการ แบบ remote เรียกว่าไม่จำเป็นต้อง login เข้าหน้า site admin ก็ได้ ดังนั้นสิ่งที่ต้องการทำก็คือเขียนโปรแกรมตัวหนึ่งขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น app base หรือ ก็ตาม โดยโปรแกรมตัวนี้จะทำงานบน AtomPub เพื่อจัดการ ทั้งหมดที่มี แบบอัตโนมัตกันเลยทีเดียว

ผลที่ออกมาก็คือโปรแกรมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดีอย่างยิ่ง เรียกว่างานนี้สบายกันเลยที่เดียว เหลือโปรแกรมอีกแค่ตัวเดียวเท่านั้นที่ต้องการก็คือ โปรแกรมที่เป็นตัวหา (unique ) มาเพื่อป้อนให้กับโปรแกรมตัวนี้ทำงานต่อไป ส่วนเรืองการทำงานบน AtomPub จะมาอธิบายแบบละเอียดภายหลัง โดยจะเน้นที่ wordpress เป็นหลักครับ :)

23Dec/100

imacros

กำลังซุ่มครับช่วงนี้ ซุ่มเขียนสคริปอยู่ตัวหนึ่ง เรียกได้ว่าถ้าเขียนเสร็จ ทำการทดสอบ แล้วถ้ามันทำงานได้สัก 70% ของที่คิดไว้ก็เรียกได้ว่า สคริปตัวนี้จะมาแบ่งเบาภาระการทำงานไปได้เกินกว่าครึ่งแน่นอน เรียกว่าจะสบายขึ้น ที่ตั้งหน้าตั้งตาเขียนสคริปตัวนี้ก็เพราะว่าขี้เกรียจคับ ขึ้เกรียจที่จะมานั่งทำอะไรเองซ้ำๆซากๆ แต่ก็แน่นนอนอยู่แล้วว่าการทำอะไรด้วยมือล้วนๆมัน การันตีร้อยเปอร์เซนต์ว่า นั้นเพียวจริงๆสำหรับ bot ต่างๆ แต่สคริปตัวนี้เป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ ซึ่งยังคงเหลือบางส่วนที่ต้องทำด้วยมืออยู่อย่างตั้งใจ เช่น ส่วนของ ซึ่งต้องเป็น unique ซึ่งจะไปหามาด้วยวิธีใหนก็ตามแต่ (มีสคริปอีกตัวทำหน้าที่นี้) แล้วก็แน่นอนครับ สคริปนี้เขียนขึ้นมาด้วย imacros บวกกับ engine ของ MS นิดหน่อย ใกล้จะเสร็จเต็มที่แล้ว อาทิตย์หน้าคาดว่าน่าจะได้ทดสอบความสามารถของมันอย่างแน่นนอน

สำหรับ เหล่าเทพๆหรือบรรดา underground ต่างๆ คงจะใช้งานหรือเขียนสคริปเทพๆกันมาเยอะแยะมากมาย เห็นขายกันในตลาดเยอะแยะมากมาย ทั้งตลาดบนดินและใต้ดิน เช่นพวก 1 click submitted 200+ network อะไรเทือกนี้ก็ตามแต่ ซึ่งก็ไม่เคยซื้อมาใช้กับเค้าสักที เหตุผลคงเพราะอยากจะคงความสนุกในการทำงานไว้อยู่ เช่น การได้ทำอะไรต่างๆด้วยตัวเอง เขียนโปรแกรมก็ยังเป็นอะไรที่สนุกอยู่ ค่อยๆศึกษาเรียนรู้กันไป

แต่ไม่ชอบ interface  imacros ของ chrome เลย ธรรมดาเป็นคนที่ทำงานอะไรบน chrome อยู่แล้วเรียกได้ว่าเกือบ 98% จากงานทั้งหมดทำบน chrome เรียกได้ว่าชื่นชอบใน performance ของ chrome มากๆ แต่มาเจอกับตัว plugin imacros ของ chrome นี้มันเซ็งจิตจริงๆ เรียกว่าทำงานไม่สะดวกเอามากๆ แต่อาจจะเป็นเพราะว่าคุ้นเคยกับของ firefox มากกว่า ก็ไม่แน่ใจ

บ่นเป็นยายแก่เลยวันนี้ ไปทำงานแล้วคับ :)

Tagged as: No Comments
19Dec/104

ปัญหาจากการสร้าง network ส่วนตัว

สำหรับคนที่สร้าง network ส่วนตัวขึ้นมาเพื่อที่จะสร้าง หรือสร้าง  หรือ นักปั่นเวปสำหรับทำ  ปัญหาใหญ่ที่คิดว่าทุกคนต้องเจอก็คือเรื่องของ จากประสบการณ์ที่ได้ทดลองสร้าง nwtwork ส่วนตัวขึ้นมาปัญหาหลักๆที่พบคือ

1. content ที่สร้างมานั้นไม่ติด index ใน ซึ่งเท่ากับ content นั้นไม่มีความหมายใดเลยสำหรับ ซึ่งก็เท่ากับว่าไม่มีความหมายใดต่อการทำ ด้วยเช่นกัน

2. การหา unique content ปัญหาคืดจะหา unique content มาได้อย่างไร ซึ่งตามสเต็ปทั้วไปก็คือการทำ arctic rewriting ซึ่งมันได้ผลมากน้อยแค่ใหน สำหรับคนที่ไม่แตกภาษาอังกฤษ content ที่ rewrite มานั้น แน่นนอนว่าฝรั่งอ่านไม่รู้เรื่อง ซึ่ง content แบบนี้ เท่าที่ได้ทดลองทำมาปรากฏว่า ไม่ติด index ใน google ซึ่งเป็นไปแล้ว แน่นอนว่าถ้าเป็นคนทั้วไปมาอ่าน content นี้ไม่ติด index แน่นอน เพราะอ่านไม่รู้เรื่อง แต่สำหรับ bot ของ google มันรู้ได้อย่างไรว่า content นี้มันถูก rewrite มา ซึ่งน่าสนใจมาก

3. สำหรับท่านที่สร้าง network ส่วนตัวจาก free ทั้วไป ปัญหาที่เจอหลักคือการถูก suspended เนื่องจากถูกตรวจสอบด้วยระบบอะไรตามแต่ของเวปนั้น แล้วทำให้ทราบว่าบล็อคที่เรากำลังสร้างขึ้นมานั้นเป็นการปั่นขึ้นมา

นี้คือปัญหาหลักๆที่เจอจากการทดลองสร้าง network ส่วนตัวขึ้นมา ซึ่งเป็นปัญหายุ่งยากที่เกิดขึ้นซึ่งก็ต้องหาทางแก้ไขกันต่อไปคับ

15Nov/100

SEO & etc.

ช่วงอาทิตย์ก่อนได้ทำการส่งงานให้ลูกค้าไปอีกเจ้าหนึ่ง เป็นงาน ของบ.ทัวร์แห่งหนึ่ง จากที่ตกลงกันคือ TOP3 เท่านั้น ซึ่งก็เป็นไปได้ตามที่ตกลงกัน คิดว่างานนึ้โหดหินที่สุดเท่าที่เคยทำมาแล้ว จากคู่แข่งที่อยู่ในหน้าแรก ซึ่งมี PR สูงๆกันทั้งนั้น แต่เวปของลูกค้าเรา PR=0 แต่สามารถเบียดมาอยู่ใน TOP3 ได้ นั้นหมายความว่า PR ยังมีความสำคัญในการจัดอันดับอยู่หรือป่าว เซียนๆบอกว่าไม่ หลายๆคนบอกว่าไม่แน่ใจ เราบอกว่าไม่รู้

จากที่เรียนรู้มาในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องของอันดับจะเป็นเรื่องของลิงค์มากกว่า คุณภาพของลิงค์ ลิงค์นั้นๆมาจากใหน จากที่ที่เดียว หรือว่าหลากหลายไอพี หลากหลายประเทศหรือป่าว มีจำนวนมากแค่ใหน ส่วนในเรื่องของ ใน page จะเป็นตัวตัดสินในเรื่องของ keyword อย่างเช่น เราเปลี่ยน title ของเวปหนึ่งโดยที่ไม่ได้ทำการจัดการเรื่องลิงค์เลย เวปก็สามารถทำอันดับในคีย์เวริค์นั้นๆได้ทันที ทั้งนี้ทั้งนั้นทั้งหมดนี้เป็นความคิดส่วนตัวคับ

ช่วงอาทิตย์ก่อนได้มีโอกาสไปพรีเซนต์เรื่อง SEO ให้กับหน่วยงานเกี่ยวกับการศึกษาแห่งหนึ่ง จะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่มีความเข้าใจในเรื่องการทำ SEO แบบผิดคลาดเคลื่อนไปมาก เช่น ให้ความสนใจในบางคียเวริค์เป็นพิเศษ โดยที่ไม่ได้คำนึงว่าคียเวริค์นั้น มี Mouthly Searches หรือ Search Trends เป็นอย่างไร คงจะเป็นการทำ SEO ที่สูญป่าวเป็นแน่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องให้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ลูกค้าคับ

Tagged as: No Comments
2Nov/100

cath SEO 2

พูดถึงเรื่องคุณเคตนักทำ SEO ชาวอังกฤษ ที่ได้เล่าถึงในคราวก่อนอีกสักหน่อย จริงๆจะพูดว่าคุณเคตแกเป็นนักทำ ก็คงจะพูดไม่ได้เต็มปากแบบถนัดๆนัก เพราะคุณเคตไม่รู้เรื่องโค้ดเลยไม่ว่าจะเป็น HTML, CSS หรืออะไรทั้งนั้น แล้วเวปที่คุณเคตแกทำ ก็คือเวปขายจิวเวอรี่ ของแกเองแต่ทั้งหมดเน้นไปที่ on-page ทั้งนั้น ดังที่ได้พูดไปแล้ว และอีกอย่างคือ ซึ่งอยู่ในตัวเวปขายจิวเวอรี่นั้น ซึ่งแกอัพเดตทุกวัน (ทุกวันจริง) ซึ่งแน่นอน ชอบมาก ส่วนเรื่องการหา back link แทบจะไม่ได้มีการสร้างลิงค์ในส่วนนี้ขึ้นมาด้วยตัวเองเลย นั้นก็สรุปได้ว่าคนที่ไม่มีความรู้ทางเทคนิคมากมายก็สามารถทำ SEO ได้ แค่เข้าใจในรูปแบบหรือโครงสร้างเวปไซต์ที่ดี ไม่มีการสแปม ไม่มีการสร้างลิงค์ด้วยวิธีต่างๆที่ไม่ถูกต้อง คุณก็สามารถจะมีอันดับที่ดีได้ใน ได้

อีกอย่างที่คุณนายแกเท่มาคือ เวปขายจิวเวอรี่ของแกนั้นหล่ะ ซึ่งเป็นงานหลักเป็นรายได้หลักของแก ซึ่งแกมีเวปใซต์แบบนี้อยู่ทั้งหมดสามเวป ขายของแตกต่างกันไป สิ่งที่น่าอิจฉาที่สุดคือการที่สามารถเดินทางไปใหนต่อให้ได้โดยอิสระ ไม่มีออฟฟิตที่ทำงาน มีแค่โน๊ตบุ้คตัวหนึ่งก็สามารถทำงานได้แล้ว (แอบเห็นว่ายังเป็น celeron อยู่เลย) แต่ไม่ใช่ amazon นะคับ เป็น engine ของ asp.net ส่วนสินค้าก็คงเป็นสินค้าของแกเอง ก็เก็บมาเล่าแบ่งปันคับ

1Nov/100

cath SEO

เมื่อวานได้มีโอกาสคุยกับ นักทำ SEO ชาวอังกฤษท่านหนึ่ง ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก ได้อะไรใหม่ๆมากมายบางอย่างก็เป็นสิ่งเรารู้แล้ว บางอย่างก็เป็นสิ่งที่เราละเลยไป บางอย่างก็เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญกับมันมากเกินไป ซึ่งเขาก็บอกตั้งแต่แรกแล้วว่าสิ่งที่เขาบอกสิ่งที่เขาเล่าเราอาจจะรู้อยู่แล้วและบางอย่างเราอาจจะไม่เห็นด้วย สิ่งที่เรียนรู้ได้มีหลายอย่างเช่น ความเป็นมืออาชีพในการทำงาน ซึ่งมีในชาวต่างชาติ(ตะวันตก) เกือบทุกคนอยู่แล้ว ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนที่ดี ได้มุมมองหลายๆอย่าง อย่างเช่นการหันกลับมามองที่ on-page มากขึ้น เรื่องของการ SPAM คีย์เวริค์ใน on-page (เป็นการทำ ที่ low class มากๆ, ความเห็นส่วนตัว) เรื่องของการทำ link exchange ซึ่งฮิตกันมากในเวปกลุ่มธุรกิจต่างๆ ซึ่งมัน ให้ความสำคัญลดลงมาก เพราะว่ามันเป็นการแลกลิงค์และมันเป็นการตกลงกันระหว่างเวปสองเวป ซึ่งมันไม่มีน้ำหนักอะไรเลยในลิงค์นั้นๆ ลิงค์ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คงจะเป็น one way link คือสิงค์ทางเดียวจากเวปหนึ่งๆ ที่ลิงค์มาหาเวปเรา และเรื่องของ mate tag ต่างๆซึ่งไม่น่าเชื่อว่ายังมีความสำคัญอยู่มากๆ เรื่องของ bot cycle ซึ่งผ่านการวิเคราะห์มาแล้วว่าจะมีวงจรเป็นเช่นใร เรื่องของ ซึ่งก็หมายถึงเรื่องของ unique การอัพเดตต่างๆ ก็ได้ความรู้มามากมายครับ แลกเปลี่ยนกัน

สุดท้ายก็ขอให้คุณนายเดินทางกลับบ้านอย่างปลอยภัยแล้วกัน และทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ keep in touch กันด้วยอีเมลล์ต่อไปครับ ในโลกของการทำงานอิสระเราได้เจอผู้คนมากมายคนที่เราได้เรียนรู้จากเขาไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีหรือร้าย ทั้งหมดถึอเป็นประสบการณ์ที่ดีในชีวิตหนึ่งๆ ของเราที่จะได้เจอ ขอบคุณทุกประสบการณ์ ^^

9Oct/100

Link Wheel

พูดถึงเรื่องของ ซึ่งธรรมดาก็คิดว่ามันจะมีประสิทธิ์ภาพจริงเหรอ? เคยเห็นทั้งทำมาแล้วใช้ได้ผลและใช้ไม่ได้ผล ทั้งสองอย่าง แต่กับตัวเองจริงๆยังไม่เคยลองทำจริงๆจังสักที จนสุดท้ายมีลูกค้ารายหนึ่งบอกว่าอยากจะซื้อ จากเจ้าหนึ่งมาใช้กับเวปของตัวเองเพราะว่าเคยซื้อมาใช้กับ keyword ตัวหนึ่ง ซึ่งขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆในเวลาที่เร็วมาก (2 อาทิตย์) อืม...

ในที่สุดทนไม่ไหว เมื่อวานเลยลองสร้าง link wheel ในสไตส์ของตัวเองขึ้นมาจาก network ส่วนตัวที่มีอยู่ทั้งหมด ซึ่งก็ไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร ก็ต้องรอดูกันต่อไป อะไรๆต่ออะไรมันไร้รูปแบบจริงๆ บางเวปโนเนมมากมีแค่หน้าอินเด็ตหน้าเดียว ก็ไม่มีการอับเดตอะไรเลย เวปเพิ่งมาอายุได้ประมาณแค่เดือนเดียว แต่มี backlinks มาหลายหมื่นลิงค์ (จากการทำ back hat) ซึ่งธรรมดามันต้องโดนแบนไป แต่ไม่น่าเชื่อก็ขึ้นมาอยู่ในอันดับหนึ่งเบียดเจ้าที่เก่าขาใหญ่ลงไปเฉยเลย ทำเอางง ไร้รูปแบบจริง

พูดถึง SEO หลังๆมานี้หรือจากการค้นคว้าในเวปต่างๆ ส่วนใหญ่เทรนหลังๆมานี้จะพูดถึงแต่เรื่องของ ลิงค์ ลิงค์ ลิงค์ แล้วก็ ลิงค์ สงสัยนี้คงเป็นเทรนต่อไปในการทำ SEO ซึ่งให้ความสำคัญกับการทำ on-page น้อยลง ซึ่งปัจจุบันก็น่าจะอยู่แค่ 20%-30% (คิดเอาเอง) ต่อไปก็คงจะเป็นแต่เรื่องของลิงค์ ลิงค์ ลิงค์ แล้วก็ ลิงค์ในที่สุด สำคัญคือเราจะหาลิงค์ที่มีคุณภาพมาสู่เวปของเราได้อย่างไร แค่นั้นเอง

21Sep/100

semantic search

มีคำถามหนึ่งที่ มีคนถามเรามาเมื่อวานว่า google.com กับ google.co.th ผลลัพธ์เหมือนหรือแตกต่างกัน อย่างไร? คำตอบคือเหมือนและไม่เหมือนก็ได้ แม้แต่เครื่องต่างกันค้นหาด้วย google.com หรือ google.co.th เหมือนกันยังให้ผลลัพธ์แตกต่างกันได้เลย เพราะอะไร เพราะว่าตามความเข้าใจของเราเอง ได้เริ่มทำ personalize แล้วเพื่อจะเข้าสู่ .0 ซึ่งเป็น สำหรับ google เอง โดยผลลัพธ์การค้นหาจะจำเพาะต่อตัวบุคคลนั้นๆ เช่น นาย ก. ค้นหาคำว่า มะม่วง อาจจะได้ผลลัพธ์การค้นหาเป็น ลูกมะม่วงหรือต้นมะม่วง แต่นาย ข. ซึ่งชอบทานข้าวเหนียวมะม่วงมากๆ ผลลัพธ์การค้นหาอาจจะเป็น ข้าวเหนียวมะม่วงหรือขนมที่ทำจากมะม่วงต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพธ์การค้นหาของนาย ก. และ นาย ข. จึงไม่เหมือนกัน ซึ่งมันเป็นผลดีสำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาข้อมูลกับ google จริงๆ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มันเป็นสิ่งที่เค้าต้องการค้นหาหรือสนใจจริง

ส่วนสำคัญ อีกย่างของ คือการค้นหารูป ซึ่ง google รู้ได้อย่างไรว่ารูปนั้นมันเป็นรูปอะไรเกี่ยวข้องกับอะไร บางคนอาจจะบอกว่า ดูจาก alt tag ของรูปภาพนั้น ซึ่ง alt tag เป็น tag ที่คนสามารถใส่รายละเอียดเข้าไปได้ซึ่งมันอาจจะไม่เกี่ยวกับรูปนั้นเลย แต่มีการหวังผลในการทำ ในบางอย่าง ปัญหาตรงนี้ google ได้สร้าง data warehouse ขนาดใหญ่ขึ้นมา ซึ่งทุกอย่างที่เราได้ค้นหา อย่างเช่น keyword ต่างๆหรือประโยคต่างๆที่เราได้เขียนได้เขียนกำกับไปในรูปภาพต่างๆใน social web ทั้วๆไป ทุกอย่างได้ถูกส่งกลับไปยัง google หมดเพื่อสร้าง data warehouse ขนาดใหญ่นี้ขึ้นมา แน่นอนและพิสูจน์ได้จากการดักจับข้อมูล input/output ทุกๆสิบนาทีจะมีข้อมูลจาก firefox ถูกส่งกลับไปยัง google เนื่องจากกูลเกิ้ลเป็นผู้บริจาครายใหญ่ของ firefox ซึ่งตรงนี้ถ้าจะพูดถึงเรื่อง privacy ก็คงต้องพูดกันยาวว่ามันละเมิดหรือไม่

เพราะฉนั้นผลลัพธ์ต่างๆนั้นได้ถูกประมวลผลโดยมี data warehouse ขนาดใหญ่เป็นส่วนประกอบ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มันจะ่ขึ้นอยู่กับผู้ที่เป็นคนค้นหาสิ่งนั้นจริงๆ ถึงมันดีต่อประสิทธฺภาพของ google เอง แต่แน่นอนมันเหนื่อยสำหรับคนที่ทำ SEO ในทางกลับกันครับ

13Sep/100

Backlinks???

พูดถึงเรื่อง Backlinks ก็ต้องเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งของการทำ SEO? หรือป่าว บางคนบอกว่าไม่ บางคนบอกว่าใช่ แต่ ปิดปากเงียบสนิท ฺBacklinks คือสิ่งที่ลิงค์มาหาเวปไซต์หรือเวปเพจคุณจากเวปเพจต่างๆ ซึ่งถ้ามันยิ่งมากก็แสดงว่าเวปไซต์หรือเวปเพจนั้นของคุณมัน ป๊อปพิวล่าพอสมควร? แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ ลิงค์ที่ลิงค์มายังเวปคุณนั้นต้องเป็นลิงค์ที่มีคุณภาพด้วย? ซึ่งมันหมายความว่าลิงค์นั้นต้องมาจากเวปเพจที่มันเกี่ยวเนื่องกับ keywords (relevant) ของคุณหรือเกี่ยวเนื่องกันเนื้อหาในเวปคุณ เช่น เวปเพจนี้ของคุณมีเนื้อหาเกี่ยวกับ เทนนิส แล้วคุณมีลิงค์ที่ลิงค์มาจากเวปเพจที่มีเนื่อหาเกี่ยวกับเรื่องของเทนนิส เป็นต้น

แต่ที่เรางงและสงสัยเกิดเป็นคำถามที่เข้ามาในหัวสมองคือ เราจะได้ลิงค์ที่มีคุณภาพเหล่านั้นได้อย่างไร นอกจากวิธีการหาลิงค์แบบทั้วไปที่อีกนิดหนึ่งก็จะเรียกว่าการ SPAM ซึ่ง มันไม่มีความเป็นศิลปเลย เ่ช่น forums signature, comment หรือแม้กระทั้งการ submit web directory หรือแม้กระทั้งการ submit social bookmark ต่างๆ  ซึ่งมันเป็นการ SPAM หรือป่าว ลิงค์จำนวนมากที่ได้มา google ให้ความสำคัญแค่ใหน หรือ แม้กระทั้งการซื้อขายลิงค์ ซึ่งมันได้ลิงค์มาจริงๆด้วยเวลาที่ใ้ช้ไปจำนวนน้อยนิด ซึ่งตรงนี้ Matt Cutts วิศวกรของ google บอกว่าจะมีการเข้มงวดกับการซื้อขายลิงค์มากขึ้น

เช่นกันเหมือนที่เคยพูดเคยคิดไว้ว่า สิ่งที่ google ให้ความสำคัญมากที่สุดนั้นก็คือ ประสิทธิ์ภาพในการค้นหาของ google เอง นั้นคือผู้ที่มาค้นหาสิ่งไดๆใน google ต้องได้สิ่งที่ค้นหานั้นกลับไป ซึ่งมันเป็นแนวคิดที่ google ยึดถึอไว้และมันทำให้ google มีวันนี้มาได้

ยกตัวอย่างเช่นเรื่องการทำ Adwords ที่ผู้โฆษณาแต่ละรายต้องทำการประมูลราคาต่อคลิก, ว่าเจ้าใหนที่ให้ราคามากกว่าสูงกว่าก็ควรจะได้อยู่ในอันดับที่ดีกว่า สูงกว่า บนกว่า ซึ่งตามหลักของการประมูลมันควรจะเป็นอย่างนั้น แต่สำหรับ google มันไม่ใช่ ไม่ใช่ว่าคุณจะประมูลไปในราคาที่สูงลิ่วชนิดที่เจ้าอื่นเทียบไม่ติด นั้นไม่ได้การันตีว่า Ad ของคุณจะอยู่ในอันดับหนึ่งเสมอไป

สองสามวันนี้เรามีความสงสัยในเรื่องของ Backlinks อ่านและศึกษาในเรื่องของ Backlinks มากมายแต่ก็ไม่เจออะไรที่ตอบคำถามได้อย่างจริงจังๆสักที่ คำค้นที่เราใช้ในการค้นหา, "Backlinks", นั้นสิ่งได้ออกมาส่วนมากเป็นเวปที่ซื้อขายลิงค์ ที่มีคำเชิญชวนที่คลาสสิกที่สุดนั้นคือ FREE ซึ่งจริงๆแล้ว ของฟรีไม่ได้ในโลก ซึ่งก็ได้แต่เซ็งกับเวปที่เราไม่ได้ต้องการ ซึ่งตรงนี้มันหมายความว่าประสิทธิ์ภาพในการค้นหาของ google มันลดลงหรือป่าว?

Tagged as: No Comments
1Sep/100

Adwords Positioning

มีปัญหากันมากมายเหลือเกินสำหรับเรื่องตำแหน่งของ Ads ใน ซึ่งไม่เป็นไปตามที่ต้องการ คือไม่ได้อันดับที่ดีเท่าที่ต้องการ ทั้งๆที่ bid ไปเกินกว่าค่า First Page Bid ตั้งมากมาย ซึ่งไม่พอแค่นั้นครับ Adwords ของ มีวิธีที่ซับซ้อนและเป็นศิลปะมากกว่านั้น มากกว่าแค่การประมูลครับ

ตามรูปด้านล่าง ส่วนทางขวาเป็นตำแหน่งตามปกติที่ Ad ของคุณจะแสดงออกมา ยิ่งสูงยิ่ง bid กันเยอะใน keyword ที่มีการแข่งขันกันสูง

ซึ่งทางที่ดีคุณควรจะหลีกเลี่ยงการบิตกับอันดับสูงๆถ้ากระเป๋าคุณไม่หนักพอจริงๆ เพราะ ที่ได้อาจจะไม่ได้สัมพันธ์กับ CTR ที่ได้มา ส่วนทางด้านซ้ายมือ เรียกว่า premium listing ตามรูปข้างล่าง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ หลาย Ads อยากจะไปอยู่ตรงนั้น

ซึ่งการจะไปอยู่ใน premium listing ได้นั้นมีเงื่อนไขคร่าวๆดังนี้ คือ

เมื่อ Ad นั้นๆมี QS()* ที่สูงพร้อมทั้ง bid** ที่สูงด้วยทั้งสองอย่าง แล้ว Adwords จะสามารถที่จะให้ Ad นั้นไปอยู่ในตำแหน่ง premium position ซึ่งมีอยู่ 3 อันดับได้

* QS(quality score) เป็นคะแนนคุณภาพที่ adwords คิดให้แต่ละ Ad มีตั้งแต่ 1/10 จนถึง 10/10 ซึ่งคะแนนส่วนนี้ได้มาจาก จำนวน CTR***  จำนวน keywords ที่อยู่ใน Ad ซึ่งคะแนนพวกนี้จะบ่งบอกได้ว่า Ad นั้นๆมีประสิทธิภาพแค่ใหน

** CPC bid จำนวนที่ผู้ลงโฆษณาจะยอมจ่ายต่อคลิกหนึ่งครั้ง

*** CTR สัดส่วนของคลิกต่อจำนวนครั้งที่ Ad ได้แสดงออกมา, สมมุตว่า Ad แสดง 100 ครั้ง แล้วมีคนคลิก 1 ครั้ง จะได้ค่า CTR เท่ากับ 1/100 = 0.01 ซึ่งค่าตรงนี้จะบ่งบอกได้ว่า Ad ของเรามีประสิทธิ์ภาพแค่ใหน สามารถจูงใจให้คนคลิกเข้าไปมากแค่ใหน

ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องใช้เงินและระยะเวลาในการดำเนินการ ไม่ใช่แค่การให้ค่า bid เข้าไปมากๆอย่างเดียวครับ

13Aug/100

Adwords

เสร็จไปแล้วครับสำหรับงาน adwords สองเวปนั้น ไม่บอกว่าเวปอะไรนะครับ ลองค้นหาใน ด้วยคำว่า "คาสิโน ออนไลน์" สองเวปที่เราทำอยู่ใน ข้างๆนั้นหล่ะ ศึกษามาสักพักสำหรับเรื่อง เรียกว่าเริ่มจากศูนย์กันเลยที่เดียว

สรุปว่า adwords เป็นการตลาด การโฆษณา แบบใหม่เลยทีเดียว เราว่าทำเป็นวิชา หรือว่าเป็นงานวิจัยเรื่องหนึ่งได้เลย โดย adwords จะคิดค่าโฆษณาก็ต่อเมื่อมีผู้ใช้งานคลิกเข้าไปในเวปไซต์นั้น, PPC (pay per click) โดยไม่สนใจว่าจะแสดงกี่ครั้ง, Impr (Impression) สมมุติมีคลิกเกิดขึ้น 10 ครั้งต่อ Impr 100 ครั้งจะได้ CTR (click throw rate) = 10/100 ซึ่งเท่ากับ 0.01 นั้นเอง ตรงนี้ใช้ไปคิดคำนวนงบประมาณในการโฆษณาคร่าวๆได้ ส่วนถ้าสมมุติว่าใน 10 คลิกที่เกิดขึ้นนั้นมีการซื้อขายเกิดขึ้น 2 ครั้ง ตรงนี้คือ ที่เกิดขึ้น ซึ่งค่าตรงจะบ่งบอกได้ถึงการซื้อขายที่เกิดขึ้น เป็นค่าที่เราต้องทำให้เพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยให้ ที่น้อยที่สุด นั้นคือจุดที่จะเกิดกำไรสุงสุด แต่ตรงนี้เราไม่ค่อยได้ใส่ใจเท่าไร เพราะเวปที่เราทำไม่ใช่เวปขายของครับ สิ่งที่เราสนใจคือ Bid เท่านั้น Bid คือค่าประมูล, (cost per click) ของ keywords ในแต่ละคลิกที่เรา(ผู้ลงโฆษณา) จะยอมจ่ายต่อการคลิกหนึ่งครั้ง ซึ่งใคร bid เยอะสุดก็จะแสดงอยู่ในอันดับที่ดีกว่าคับ

มีอีกสองตัวที่อยากจะเขียนถึงคือ Matches Keyword ซึ่งมีอยู่สี่แบบ
1. Broad Match ตัวอย่าง keyword "used car" จะค้นหาเจอหมดไม่ว่าจะมีสลับหน้าสลับหลัง หรืออยู่ใน pharse ใดๆ เช่น "used car", "car used", "find cheap car", "very chrap used"
2. Phrase Match ตัวอย่าง keyword "used car" จะค้นหาเจอหมดเฉพาะที่อยู่ใน pharse ใดๆ เช่น "cheap used car", "used car red color" ง่ายว่า Phrase Match เป็น subset ของ Broad Match
3. Exact Match ตัวอย่าง keyword "used car" จะ้ค้นหาเจอก็ต่อเมื่อ ค้นหาด้วย "used car" ตรงๆตัวเท่านั้น
4. Negative เป็นการกรอง keyword ที่เราไม่ต้องกางให้ค้นหาเจอออกไปครับ

ผลลัพธ์การค้นหาแบบ Search และแบบ
1. Search ผลลัพธ์การค้นหาเวปของเราจะแสดงเฉพาะที่หน้า search result เท่านั้น
2. Content ผลลัพธ์การค้นหาจะแสดงในเวปที่เป็นพันธมิตรกับ google ด้วย (adsense)

8Aug/100

Adwords

เริ่มแล้วครับ เริ่มทำงานที่เกี่ยวกับ adwords แล้ววันนี้ เพิ่งรู้เลยว่า adwords ไม่หมูแน่นอน มีศัพท์หลายคำเลยที่ไม่เข้าใจ อ่านไปงงไป อ่านไปอ่านมาเริ่มมึน ไม่หมูแน่นอนครับ ยากกว่า adsense เยอะ อาจจะเป็นเพราะว่า adsense ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร แต่ adwords คือเราเป็นผู้ลงโฆษณาจริง จึงต้องมีเรื่องค่าใช้จ่ายเข้ามา ต้องมีการควบคุมค่าใช้จ่ายตรงนี้ ควบคุมค่าใช้จ่ายที่จะใช้ในการโฆษณาแต่ละวัน มีการเลือก keywords ที่สัมพันธ์กับโฆษณานั้น แล้ว keywords นั้นมีคู่แข่งหรือคนลงโฆษณาใน keywords เดียวกับเราเยอะหรือป่าว ถ้ามีเยอะแล้วจะเป็นอย่างไร? ต้องทำอย่างไร? ตอนนี้มึนไปหมดเลยครับ และยังมีคำศัพท์อีกหลายคำที่ยังไม่เข้าใจดีพอ อย่างเช่น CTR?, Bid?, ? (จะย่อกันไปใหน), Negative Keywords?, Exact Matches Keyword?, ?,  ความแตกต่างระหว่างการค้นหาแบบ Search และ การค้นหาแบบ ? ก็ค่อยๆอ่านค่อยๆทำความเข้าใจกันไป แล้วงานที่เราได้มาก็เป็นการลง Ad ให้กับเวปที่ค่อนข้าง complicate นิดหน่อย ก็ต้องลุยกันไปละครับพี่น้อง

22Jul/100

Adwords for Gamble

จากที่เคยพูดถึงงาน Adwords งานหนึ่ง ซึ่งเวปนี้เกี่ยวกับคาสิโนหรือการพนัน ซึ่งเราก็ยังไม่แน่ใจว่ามันจะสามารถลงประกาศโฆษณาใน Adwordsได้หรือป่าว แต่วันนี้สรุปแล้วครับว่า ไม่ได้

1. จากรูปในกรอบสีแดง คือผลการแสดง ด้วย keyword ที่ค้นหาคือ "บาคาร่า ออนไลน์" จะเห็นว่าผลลัพธ์ของ  ในสีแดงไม่มีเวปเกี่ยวกับการพนันเลย หมายถึง google ไม่อนุญาติให้โฆษณาเวปประเภทนี้ใน Adwords

2. ในกรอบสีแดงเป็นเวปเกี่ยวกับการพนันซึ่งไปปรากฏอยู่บน Adwords ได้ ซึ่งจริงๆแล้ว google ห้ามการโฆษณาประเภทนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ระบบการตรวจสอบคำภาษาไทย ยังไม่ดีเท่าที่ควร เลยมีโฆษณาประเภทนี้หลุดมาเป็นระยะๆ

3. ข้อห้ามในการโฆษณาผ่าน Adwords จากเวปของ google เอง
- เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย
- เว็บไซต์การพนัน คาสิโน
- เว็บไซต์ภาพลามก อนาจาร
- เว็บไซต์ที่มีคำหยาบคาย
- เว็บไซต์กลุ่มต่อต้าน หรือ องค์กรที่ใช้ความรุนแรง หรือ ก่อการร้าย
- เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับ Hacking หรือ Cracking
- เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการโฆษณามากเกินไป เพื่อโฆษณาเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีเนื้อหาอย่างอื่นเลย
- เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับ ยา และ อุปกรณ์การแพทย์ที่ผิดกฎหมาย
- เว็บไซต์ Spam Keyword
- เว็บไซต์เนื้อหาที่ผิดกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ ปลอมแปลงสินค้า
- เว็บไซต์อาวุธสงคราม
- เว็บไซต์เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
- เว็บไซต์บุหรี่

4. สรุปว่าถ้าต้องการโปรโมตเวปที่เกี่ยวกับการพนัน ต้องทำด้วย อย่างเดียวครับ

Tagged as: , No Comments
21Jul/100

SEO – Keyword translate

คราวนี้จะมาเล่าเรื่องจากประสบการณ์ตรงนะครับ อาจจะมั่วบ้างและอาจจะมีเป้าหมายแอบแฝงบ้างนะครับ สมมุิติว่าเรามี keyword ที่ต้องการทำ SEO ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเช่น แบตเตอรี่ และ battery จากการสังเกตและวิเคราะห์ตัวเวปที่อยู่ในอันดับหนึ่งของ keyword คำว่า แบตเตอรี่ ซึ่งเขาไม่ได้มีการทำ SEO ในคำว่า battery เลย แต่ google ก็สามารถค้นหาเจอในโดยอยู่ในอันดับที่หนึ่ง ซึ่งตอนนี้เราได้มองว่า ได้นำความสามารถในการแปลภาษามาใช้ด้วย โดย keyword คำว่า แบตเตอรี่ แปลในภาษาอังกฤษได้ว่า battery ดังนั้นเราจึงได้ปรับปรุงเวปของลูกค้าเราให้มีเฉพาะ keyword ที่เป็นภาษาไทยไปเลย แล้วรอดูว่าผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไร ต้องรอลุ้นครับ ลูกค้าก็จี้ๆมาแล้ว ลุ้นครับลุ้น

22Jun/100

SEO – Meta Tags

คืออะไร?
Meta Tags คือ word (keyword ใน SEO) หรือ phrase (keyword phrase ใน SEO) เพื่อจะอธิบายโดยคร่าวๆว่าเนื้อหา () ในหน้าเวปเพจนั้นเกี่ยวข้องกับอะไร ฉะนั้นมันจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่เวปมาสเตอร์บางคนจะทำการ spam Meta Tag โดยที่เนื้อหาหรือเรื่องราวในเวปนั้นๆไม่มีความเกี่ยวข้องใดกับ keyword หรือ keyword phrase นั้นๆเลย แค่จะหวังผลในการทำ SEO เท่านั้นเอง

แต่ในปัจจุบัน search engine ส่วนมากไม่ได้ให้ความสำคัญกับ Meta Tags มากแล้ว อย่างเช่น google ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ keyword หรื Keyword phrase ใน Meta Tag มากแล้ว

แล้วเราจะใช้ Meta Tag ไปทำไมถ้ามันไม่มีผลต่อ SERPs?
ถึงแม้ Description Meta Tag จะไม่มีผลใดกับ Search Engine Results Pages (SERPs) แต่ google ใช้ Description Meta Tag สำหรับแสดงรายละเอียดของเวปนั้นใน SERP ถึงว่าจะไม่ได้อันดับที่ดีขึ้นจาก Meta Tag แต่ถ้าเวปของเรามีคำอธิบายที่ดี เข้าใจง่าย และตรงต่อสิ่งที่ผู้ใช้ค้นหา แน่นอนว่าจำนวนการ click หรือ จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

แต่สำหรับ yahoo นั้นยังใช้ Keyword Meta Tag ในการจัดอันดับหน้าของการแสดงอยู่ หรือแม้กระทั้งเวป Directories หรือเวปใซค์อื่นๆที่เข้ามาเก็บข้อมูลในเวปของเราก็จะใช้ข้อมูลจาก Tag เหล่านี้ทั้งนั้น ดังนั้นเราควรจะใส่ Meta Tag ให้ครบไม่ว่ามันจะได้ใช้หรือไม่ก็ตาม

ตัวอย่าง Meta Tag
1. Description Meta Tag
<meta name="description" content="longstay apartment chiangmai"> ถึงแม้ว่าจะไม่มีผลต่อการจัดอันดับเหมือนที่ได้กล่าวไปแล้วแต่ สำหรับ description ที่ดีเวปของเราก็จะได้จำนวน click หรือ traffic มากขึ้นกว่าเมื่อเทียบกับการ spam keyword?

2. Keywords Meta Tag
<meta name="keywords" content="apartment  chiangmai, longstay chiangmai"> แน่นอนดังที่กล่าวไปแล้วอีกเช่นกัน มีผลต่อการจัดอันดับน้อยมาก ง่ายๆสำหรับ keywords meta tag นี้คุณสามารถใส่เหมือนกัน <title> ได้

3. Robots Meta Tag
เป็นเท็กที่จะบอกให้ bot ที่เข้ามาเก็บข้อมูลในเวปเรารู้ว่า ตัว bot เองจะต้องทำอะไรบ้างและทำอะไรไม่ได้บ้างเช่น

<meta name=”robots” content=”index,follow”> เก็บ index และ follow ลิงค์, ถ้าไม่มีการกำหนด robot tag นี้เป็น default สำหรับ search engine bot

<meta name=”robots” content=”noindex,follow”> ไม่เก็บ index แต่ follow ลิงค์, สำหรับ ฺิblack hat ใช้เทคนิคนี้ในการทำ cloaking

<meta name=”robots” content=”index,nofollow”> เก็บ index แต่ไม่ follow ลิงค์

<meta name=”robots” content=”noindex,nofollow”> ไม่เก็บ index และไม่ follow ลิงค์ใดในเวปเพจนี้ สำหรับหน้าที่เราไม่ต้องการเปิดเผยข้อมูล

17Jun/100

SEO – PageRank (PR)

หรือ PR เป็นคำที่เราได้ยินกันบ่อยๆในเรื่องการทำ SEO คราวนี้เราจะลองมาอธิบายกันง่ายๆสั้นๆและกระชับว่า PageRank คืออะไรแบบไม่ต้องเน้นในทางเทคนิคมาก หวังว่าคงจะช่วยให้เห็นภาพรวมของ PageRank มากขึ้นครับ

PageRank คืออะไร คำอธิบายที่ดีที่สุดเราจะขอแปลมาจาก เองแล้วกันนะครับ เพราะ google คงเป็นผู้ให้คำนิยามกับคำว่า PageRank ได้ดีที่สุด โดย google บอกเอาไว้ว่า

"PageRank เกี่ยวข้องกับปัจเจกโดยธรรมชาติของเวปนั้นๆ โดยนำโครงสร้างของลิงค์ของแต่ละเวปเพจนั้นมาเป็นตัวบ่งชี้ค่า ยกตัวอย่างเช่น Google เห็นว่ามีลิงค์จากเพจ A ไปที่ เพจ B ซึ่งหมายความว่า เพจ A ได้โหวตหรือลงคะเนนให้เพจ B โดยคร่าวๆ แต่ google มองมากกว่านั้นคือดูว่าเพจ A ที่โหวตหรือลงคะแนนให้เพจ B นั้นมีความสำคัญ(important) และมีความน่าเชื่อถือมากแค่ใหน PageRank เกี่ยวข้องกับปัจเจกโดยธรรมชาติของเวปนั้นๆ โดยนำโครงสร้างของลิงค์ของแต่ละเวปเพจนั้นมาเป็นตัวบ่งชี้ค่า ยกตัวอย่างเช่น Google เห็นว่ามีลิงค์จากเพจ A ไปที่ เพจ B ซึ่งหมายความว่า เพจ A ได้โหวตหรือลงคะเนนให้เพจ B โดยคร่าวๆ แต่ google มองมากกว่านั้นคือดูว่าเพจ A ที่โหวตหรือลงคะแนนให้เพจ B นั้นมีความสำคัญ(important) และมีความน่าเชื่อถือมากแค่ใหน"

อ้างอิง: http://www.google.com/corporate/tech.html

เราคงไม่อธิบายด้วยคำพูดตัวเองมากไปกว่านี้ เนื่องจาก google ก็กล่าวเอาไว้ชัดเจนหมดแล้ว PageRank นั้นสำคัญต่อ google มาก เพราะว่า PageRank เป็นตัวแปรสำคัญในกระบวนการ(algorithm) ในการจัดอันดับของ google
ส่วนการดูค่า PageRank ของแต่ละเพจนั้นสามารถทำได้โดย ลงโปรแกรม Goolge toolbar หลังจากที่เราลงโปรแกรมนี้เสร็จแล้ว เวลาที่เราเปิดเวปเพจแต่ละหน้าขึ้นมา เราจะเป็นบาร์สีเขียวเล็กขึ้นมาซึ่งจะบอกว่าเวปเพจที่เปิดอยู่นั้นมีค่า PR เท่าไรครับ

13Jun/100

SEO – Anchor Text

คืออะไรและมีคำสำคัญแค่ใหน วันนี้จะลองมาวิเคาระห์กันดูครับ
Anchor text คือ "ข้อความลิงค์" ที่อยู่ในเวปเพจนั้นๆ ต่อไปจะขอเรียกว่า "ลิงค์" เฉยๆนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ลิงค์ข้างล่างนี้ เป็นลิงค์ที่ลิงค์ไปยัง home page ของเรา  www.wardnep.com โดยใช้ข้อความว่า wardnep
.
.
HTML โค้ดสำหรับลิงค์นี้คือ <a href="http://www.wardnep.com">wardnep</a> ข้อความสีแดง wardnep ตรงนั้นคือ Anchor text
.
Anchor Text สำคัญต่อการทำ Search Engine Optimization อย่างไร
Google และ Search engine เจ้าอื่นๆให้ควาามสำคัญอย่างมากต่อ Anchorn text ยกตัวอย่างเช่นในสมัยก่อนคงจะจำกันที่ สักราวๆปี 2003 หน้าเวปเพจของนาย George W Bush ที่จะแสดงออกมาในอันดับที่หนึ่งของ Google ในคำคันหา Failure ซึ่งสองปีหลังจากนั้นผลลัพธ์ของหน้านี้ก็ยังอยู่ในอันดับที่หนึ่งอยู่ เนื่องมาจาก bloger จำนวนมากได้สร้าง Anchor text นี้ขึ้นมา ซึ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของ Anchor text
.
จะใช้ Anchor Text อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ
Anchor text ใช้สำหรับบอกความสำคัญหรือความหมายคร่าวๆเกี่ยวกับเวปเพจหน้านั้นว่าเกี่ยวข้องกับอะไร อย่างคร่าวๆในมุมมองของ Search engine bot ต่างๆ อย่างเช่นถ้าเวปเพจนี้เกี่ยวกับการทำ SEO เพราะฉะนั้นเวปเพจนี้ควรจะมี Anchor text คำว่า SEO ในเพจนี้อยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งในมุมมองของ Search engine bot เมื่อเข้ามาเก็บข้อมูลในหน้านี้ ก็จะประมาณได้ว่า ข้อความหรือ ต่างๆในเวปเพจหน้านี้มีความเกี่ยวข้องกับ SEO
.
Alt Attribute Text ของ Image Links
ลิงค์ใน HTML มีหลากหลายแบบ คำถามว่าถ้าลิงค์นั้นเป็น รูปภาพ เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไรในการทำ Anchor text การแก้ปัญหานี้คือ การใช้ Alt attribute แทน ซึ่ง Alt attribute นี้สำหรับ Search Engine มีค่าเท่ากับ Anchor text ตามความเข้าใจและประสบการณ์ของผมเองตัวอย่างเช่นลิงค์ข้างล่างนี้คือลิงค์รูปภาพซึ่งเกี่ยวข้องกับ SEO
.
seo
HTML โค้ดสำหรับลิงค์รูปภาพนี้คือ
.
<a href=""><img class="alignleft size-full wp-image-275" title="" src=".jpg" alt="seo" width="114" height="49" /></a>
.
ข้อความส่วนสีแดงนั้นคือ Alt attribute text ซึ่งมีค่าเท่ากับ Anchor text ดังนั้นเมื่อมีการใส่รูปภาพหรือลิงค์ที่เป็นรูปภาพ ควรจะใส่ Alt attribute text ซึ่งจะเป็นการดีต่อการทำ Search engine optimizer ครับ
25May/100

Search Engine Optimization (SEO)

ปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับต้น ๆ ใน Search Engine
Search Engine Optimization (SEO) เป็นวิธีการหนึ่งของการทำตลาดบนอินเตอร์เน็ตด้วย Search Engine (Search Engine Marketing)  หรือที่แรกว่า SEM นั่นเอง ว่าด้วยวิธีการเลือกคำค้นหาหรือ keyword ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาบนเว็บไซด์ และการปรับแต่งเว็บเพจ เพื่อให้เว็บไซด์ติดในอันดับต้นๆของ search engine (ผลที่ได้จากการค้นหาเรียกว่า Natural Search result) ฉะนั้น ยิ่งเว็บไซด์ของคุณได้ปรากฏในอันดับต้นๆในหน้าแรกของผลการค้นหา โอกาสที่จะได้รับการคลิ๊กจากผู้ชมก็ยิ่งมากไปด้วย Search Engine โดยระบุ keyword ได้ตามต้องการ และไม่เสียค่าใช้จ่ายในการลงโฆษณา

มากกว่า 90% ของส่วนแบ่งการใช้งาน Search Engine คือ google แล้วคุณคิดว่าทราฟฟิกจำนวนมากแค่ใหนที่จะเข้ามาใจเวปของคุณ ถ้าเวปไซค์ของคุณนั้นอยู่ในอันดับที่ดีและคีย์เวริค์ที่ดีของ google?