Drive your website traffics with Adwords

Screen Shot 2013-05-09 at 11.02.31 AM

จากรูปเป็น traffic ของเวปเวปหนึ่ง ซึ่งนำสถิติของ visitor มาให้ดูตั้งแต่วันที่ 1 jan 2013 จนถึงวันนี้ จะเห็นว่ามี traffic ที่เพิ่มขึ้นอย่างสวยงาม (การเห็นกราฟของ visitor ที่มีแนวโน้มในการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นความสุขอย่างหนึ่งของผมและเป็นภาพที่งดงามที่เดียว)

ซึ่งเวปดังกล่างเป็นเวปที่เปิดมาใหม่ ในวงการที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง ใครไม่แกร่งพอก็ต้องถูกคัดออกไป เรียกว่า dog eat dog แบบฮาร์ดคอร์เลยที่เดียว

และในการทำ SEO ในปัจจุบัน ถ้าคุณเป็นเวปหน้าใหม่ ยังไม่มี content อะไรที่มากมายน่าสนใจและให้ประโยชน์กับมนุษยชาติมาอย่างยาวนานเหมือนเวปเจ้าเก่าขาใหญ่ที่ครองพื้นที่อยู่ เวปคุณจะมีค่าพอได้อย่างไรที่จะขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ดีๆ

อ้าว… คุณแย้งขึ้นมา แบบนี้เวปใหม่ๆก็ไม่มีทางเกิดเลยสิ แบบนี้จะแฟร์สำหรับเวปที่เพิ่งเกิดขึ้นมาได้อย่างไง เวปของผมที่ทำขึ้นมาผมมั่นใจว่าเมื่อเติบโตขึ้น เวปผมจะทำประโยชน์ให้มวลมนุษยชาติแน่นอน แล้วคุณ (google) มาตัดสินอนาคตผมแบบนี้ ก็เหมือนหว่านเมล็ดไปแล้วไม่มีโอกาสให้ได้งอกงาม แบบนี้ก็ไม่แฟร์กับเวปใหม่สิครับ?

อันนี้ผมไม่รู้… ผมก็ตอบไม่ได้… ถ้าในมุมมองของ google แน่นอน google ต้องมองคุณภาพของผลลัพธ์การค้นหา เป็นสำคัญแน่นอน ซึ่งถ้าคุณเป็นเวปใหม่ยังไม่มีเบรนยังไม่เป็นที่รู้จัก คุณก็คือ nobody คนหนึ่ง ช่วยไม่ได้..

แล้วถ้าสมมุติว่าเวปที่เราสร้างขึ้นมาเป็นเวปแบบ community นั้นคือมีการให้ผู้ใช้งานเข้ามาสมัครสมาชิก และผู้ใช้งานหรือสมาชิกนั้นเองเป็นผู้สร้าง content ขึ้นมา เช่น เวปบอร์ด เวปโซเชียล เวปประกาศ เวปศูนย์กลางข้อมูล อะไรต่างๆเทือกนั้น แล้วเราเองก็ยังเป็นเวปใหม่และไม่มีอันดับในผลลัพธ์การค้นหาของ google หรือ SERPs เราจะมีโอกาสเติบโตได้อย่างไร

หรือเราจะทำ SEO แบบบ้าเลือด ให้อันดับ keyword สุดหินนั้นมาเป็นที่ครอบครองของเรา หาลิงค์แบบบ้าเลือด ทำ SEO สายถึก ถึกเท่าน้ันที่ครองโลก ซึ่งในปัจจุบันคุณจะถึกแค่ใหนคุณก็สู้ machine learning ของ google ไม่ได้อยู่ดี คนหรือจะสู้เครื่องจักร อันดับคุณก็ไม่ดีขึ้นอยู่ดี ลิงค์ที่หามาได้ก็ถูกมองว่าไม่มีคุณภาพ มองว่ามีการเพิ่มขึ้นของลิงค์ในจำนวนมาก ซึ่งผิดปกติ สุดท้ายสิ่งที่คุณทำมาก็ถูกมองว่าเป็น SPAM ถูกมองว่าเป็นขยะ ขยะที่ไม่มีมูลค่าด้วยซ้ำ

เกริ่นมาตั้งนาน

แล้วเราจะทำได้อย่างไร แน่นอนครับมันมีทางออก วิธีที่ผมใช้คือ ใช้ Adwords ครับ

อย่างที่บอกตอนแรก เวปหน้าใหม่ที่เราต้องการโปรโมตเป็นเวป community ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดในเวป ผู้ใช้งานหรือสมาชิกเป็นคนสร้างขึ้นมา เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องการคือ จำนวนผู้เข้าชมเวปไซต์ ซึ่งในจำนวนทั้งหมดนี้ส่วนหนึ่งจะแปรสภาพเป็นสมาชิกของเวปไซต์ ซึ่งท่านเหล่านี้จะเป็นท่านผู้มีบุญคุณต่อเวปเรา นั้นคือเป็นผู้สร้าง content ขึ้นมา (แน่นอนว่าต้องเป็น unique content อย่างแน่นอน)

กลับมาที่ Adwords, adwords สามารถทำให้เวปของคุณขึ้นมาอยู่หน้าแรก โดยที่ไม่ต้องสนใจปัจจัยทาง SEO ใดๆเลย, only money  เวปคุณก็ขึ้นมารับ traffic ที่หน้าแรกได้แล้ว

สิ่งที่คุณต้องทำอย่างเดียวคือ ดูแลและให้ความประทับใจแก่ traffic เหล่านั้น ซึ่งนั้นหมายถึงเวปคุณต้องน่าใช้งาน ดูดี ดูน่าใช้ ดึงดูดให้คนยังอยู่ไม่ไปใหน อยู่กับเวปเป็นสมาชิกเวป และสร้าง content หรืออะไรต่างๆขึ้นมา ซึ่ง content เหล่านั้นก็จะเป็นสมบัติของเวปคุณ และเป็นสิ่งที่คุณจะนำไปยื่นต่อ google ได้ว่า นี้ไง คุณ google ผมมี unique content อยู่ในมือแล้วนะ มีเป็นจำนวนมากด้วย เห็นมั้ย แล้วคราวนี้คุณจะให้ผมขึ้นหน่าแรกใน SERPs หรือยัง? หลังจากนั้นคุณก็ไม่ต้องการ Adwords อีกต่อไป…

นี้เองครับคือเคล็บลับของรูปข้างบน

ขอบคุณครับ

Internet Marketing

internet-marketing

E-Marketing คือการทำการตลาดโดยใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์หรือดิจิตอลเข้ามาช่วยในการทำการตลาด ซึ่งการทำการตลาดคืออะไรก็คงต้องไปเปิดตำราหนังสือเรียนของวิชาการตลาดอีกที ซึ่งผมก็ไม่เคยได้เรียนสักทีเหมือนกัน (หาโอกาสอยู่) สรุปว่าเราจะใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์หรือดิจิตอลหรือถ้าจะให้เจาะจงลงไปกว่านั้นอีกก็คือเราจะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า อินเตอร์เน็ต เข้ามาช่วยในการทำการตลาดนั้นเอง ซึ่งก็คือความหมายของ Internet-Marketing

การทำ Internet-Marketing สำหรับผม เริ่มแรกมาจากการทำ SEO เป็นหลัก ซึ่งพอทำ SEO มาเรื่อยๆภาพของ Internet-Maketing ก็จะเริ่มปรากฏออกมากชัดขึ้นชัดขึ้นทุกที กล่าวคือ

การทำ SEO นั้นตามศัพท์คือ Search Engine Optimization ซึ่งแปลตามศัพท์สำหรับความเข้าใจของผมเองคือ การปรับปรุงเวปไซต์เป้าหมายของเราให้เป็นไปตามกฏเกณฑ์ที่เป็นผลดีต่อ Search Engine ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คืออันดับที่ดีขึ้นใน SERP

การทำ SEO อาจจะจบลงแค่ตรงนี้คือแค่ทำให้อันดับของเวปไซต์เป้าหมายอยู่ในอันดับที่ดีในคีย์เวริคที่ต้องการ ซึ่งอาจอยู่ในหน้าแรก อยู่ใน TOP10 TOP5 หรือแม้กระทั้งอยู่ใน 1st ก็ตามแต่

แต่สำหรับ Internet-Marketing ยังไม่จบแค่นี้ เพราะการทำ Marketing คือการขายให้ได้ ขายให้ได้มากขึ้น การสื่อสารคุณค่าของสินค้าหรือบริการของผลิตภัณท์ออกไปยังลูกค้า ซึ่งอันดับที่ดีใน Search Engine ยังไม่พอเพียงที่จะทำสิ่งเหล่านี้

Screen Shot 2013-02-18 at 10.18.13 AM

จากรูปเป็นข้อมูลจาก Google Webmaster Tools ของเวปไซต์เวปหนึ่ง ที่มีการปรับแต่ง SEO แล้วมาระยะหนึ่งสั้นๆ จะเห็นว่าสิ่งที่เราได้จากการทำ SEO จริงแล้วคือ Impressions และ Avg. position ที่เพิ่มขึ้นหรือดีขึ้น แต่การทำ SEO ไม่ได้รับประกันในเรื่องของ CTR เลยว่าจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

สำหรับ CTR นั้นหมายถึงจำนวน click ต่อ impressions ที่เกิดขึ้น เช่น มี impressions อยู่ 100 ครั้ง (จำนวนครั้งที่เวปไซต์เป้าหมายแสดงอยู่ในหน้าผลลัพธ์ของการค้นหา) แล้วมีการ click เข้ามาที่เวปไซต์เป้าหมายผ่านหน้าผลลัพธ์ของการค้นหา(SERP) 10 ครั้ง แบบนี้ CTR จะเท่ากับ 100/10 หรือ 0.1 หรือ 10% นั้นเอง

แล้วสิ่งที่จะทำให้ CTR เพิ่มขึ้นคืออะไร ก็คือสิ่งที่แสดงอยู่ตรงหน้าผู้ค้นหา ณ. จุดที่ผลลัพธ์การค้นหาเกิดขึ้น ว่ามันชักชวนชักจูงหรือเย้ายวนให้ผู้ค้นหาคลิกเข้ามาแค่ใหน

google-rich-snippets-for-reviews-590px

จากรูปจะเห็นว่าข้อความส่วนนี้ที่แสดงอยู่ใน SERPs นี้เองที่จะเป็นตัวชักจูงหรือเย้ายวนให้ผู้ค้นหาคลิกเข้ามาและจะส่งผลไปถึงจำนวน CTR ที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งข้อความส่วนนี้สามารถ Optimize ได้โดยใช้ Tool ของ Google ที่เรียกว่า Google Rich Snippets Tool ซึ่ง Snippets ก็จะเหมือนกับตัวที่เอาไว้ช่วยให้พวก bot ของ Search Engine มาเก็บข้อมูลได้ง่ายและเป็นระบบมากขึ้น

ซึ่งเมื่อ CTR ของเวปไซต์เป้าหมายของคุณเพิ่มขึ้นแล้วก็ยังสรุปไม่ได้ว่า สินค้าหรือบริการในเวปไซต์นั้นจะขายได้

สำหรับเวปที่ไม่ได้ขายของ เช่นเวปที่เป็นข้อมูลขององค์กรหรือกลุ่มงานต่างๆ ซึ่งในที่นี้อาจจะวัดได้จาก เวลาที่ผู้ใช้ได้ใช้ไปในเวปไซต์เป้าหมาย (Avg. Visit Duration)

Conversion Rate จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมจะกล่าวถึง Conversion คือจำนวนสินค้าหรือบริการที่ถูกซื้อขายกันจริงๆในเวปไซต์เป้าหมาย เช่น เวปไซต์นี้เป็นเวปไซต์ของโรงแรมแห่งหนึ่งในสถานต่างอากาศสุดหรูหราซึ่งมีโรงแรมหรูหลายดาวจำนวนมากทำธุรกิจบริการอยู่ตรงนั้น ซึ่งคุณเข้ามารับหน้าที่ เพิ่มยอดขาย เพิ่มยอดการจองห้อง ของโรงแรมแห่งนี้ให้เพิ่มมากขึ้น โดยต้องฟาดฟันกับโรงแรมห้าดาวหกดาวหรือโรงแรมสิบเอ็ดดาวครึ่งที่อยู่ในระแวกเดียวกัน ซึ่งสิ่งที่คุณนำมาใช้คือ Internet-Marketing

สิ่งที่จะสามารถเพิ่ม Conversion Rate ก็คือ LP (Landing Page) ของตัวเวปไซค์เอง ซึ่งต้องมีข้อมูลที่น่าสนใจหรือโปรโมชั่นการทำราคาที่น่าสนใจ หรืออาจจะมีการทำการตลาดแบบอื่นๆในนั้นเช่น Cross-Selling หรือใช้เครื่องมือทางการตลาดแบบอื่นๆกระหน่ำเข้าไปในจุดนี้ เปรียบเสมือนลูกค้าได้มาอยู่หน้าโต๊ะขายของของเราแล้วซึ่งอยู่ที่ตัวเราเอง (LP) ว่าจะสามารถขายของให้ลูกค้าตกลงซื้อได้มากแค่ใหน

แม้กระทั่งตัวสินค้าเองก็ต้องเป็นสินค้าที่น่าสนใจจริงๆ จึงจะทำให้มีการซื้อขายจริงๆเกิดขึ้นได้ในที่สุด ถ้าสินค้ามันไม่น่าสนใจ สินค้าห่วย ต่อให้ทำ Internet-Marking เทพแค่ใหนก็คงจะหาคนซื้อยาก ซึ่งตรงนี้อยู่นอกเหนือจากความสามารถของนักทำ SEO จริงๆ เป็นเรื่องของโปรดักส์หรือไลน์การผลิต

สรุปว่าสิ่งที่จะทำให้การทำ Internet-Markting ประสบผลสำเร็จ วัดได้ง่ายๆ คือ Conversion Rate ที่เพิ่มขึ้น ซึ่ง Conversion Rate นี้จะแปรผันตรงกับเงินในกระเป๋าที่เพิ่มขึ้นครับ…!!!

China, Taiwan, Hong Kong seo

การทำ SEO สำหรับประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยเป็นหลักนั้น จะมีวิธีการเรียก Traffic จากประเทศเหล่านั้นมาได้อย่างไร? สมมุติว่าเวปของเราเป็นเวปที่เกี่ยวกับบริการ เช่น โรงแรม ที่พัก หรือ ร้านอาหาร และคงจะเป็นการดีไม่น้อยเพาะกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ค่อยข้างจะมีกำลังจ่ายที่สุงอยู่ทีเดียว

คำตอบของเราอาจจะไม่ได้อยู่ที่ google เสมอไป เพราะประเทศเหล่านี้ google ไม่ได้เป็น search engine อันดับหนึ่งแบบแทบครองตลาดอย่างในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษหรือแม้แต่ภาษาไทยก็ตาม

Screen Shot 2012-12-12 at 12.04.54 PM

จากรูปจะเห็นว่าในประเทศกลุ่มเอเชียตะวันออกไม่มีประเทศใหนเลยที่อันดับหนึ่งเป็น google เพราะฉนั้นสิ่งที่เวปเป้าหมายต้องการคือการนำตัวเองเข้าไปอยู่ใน ranking ของ search engine เหล่านั้น

อย่างเช่นถ้าเราต้องการเน้นลูกค้ากลุ่มคนจีน(ฮ่องกง) (กลุ่มคนจีนที่รู้ภาษาอังกฤษและค่อยข้างมีรสนิยมดีและมีกำลังซื้อสูง) ซึ่งจะใช้ yahoo เป็นส่วนมากใจการค้นหา ซึ่งนะปัจจุบัน yahoo ได้รวมตัวกับ bing เรียบร้อยแล้ว (กลายเป็น 28% ของ search engine market share ทั้งหมด) เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือ submit url เวปของเราเข้าไปที่ bing เป็นอันดับแรก, http://www.bing.com/toolbox/submit-site-url สำหรับการทำ SEO ในส่วนอื่นๆไม่ว่าจะ on-page หรือ off-page ก็ค่อนข้างจะคล้ายๆกับการทำ SEO สำหรับ google เลยที่เดียว แต่สิ่งที่ yahoo และ bing ให้ความสำคัญมากเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างก็คือ social network ต่างๆ เช่น facebook หรือ twitter เช่นมีการ shared like หรือ twit เกี่ยวกับเวปนั้นๆออกมา

เราอาจจะมีการสร้าง fanpage สำหรับเวปหรือเนื้อหานั้นๆขึ้นมา และ/หรือ สร้าง account twitter สำหรับเวปเหล่านั้นขึ้นมา และนำ content ของเวป social เหล่านั้น build เข้าไปในตัวเวปด้วย

อีกอย่างหนึ่งที่สำคับคือตอนนี้ bing มี webmaster tools เป็นของตัวเองแล้ว www.bing.com/toolbox/webmaster เท่าที่เข้าไปลองใช้และสัมผัสมาคิดว่าค่อยข้างยุ่งยากและใช้งานได้ไม่ค่อยสะดวกและคุ้นเคย อาจเนื่องมาจากใช้งาน webmaster tools ของ google มาจนเคยชิน

สิ่งที่ได้เขียนมานี้แค่อยากจะสรุปว่าสำหรับบางประเทศนั้น (ประเทศใหญ่ด้วย) google ไม่ได้เป็นที่หนึ่งเสมอไปครับ

Links Links Links and Links

วันนี้อยากจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับลิงค์สักหน่อยเพราะช่วงนี้ผมต้องทำงานเกี่ยวกับลิงค์เยอะมาก จริงๆทำงานที่เกี่ยวกับลิงค์มาตั้งแต่เริ่มทำ SEO แล้ว ซึ่งในช่วงเริ่มแรกที่ทำผมก็ตะบี้ตะบัดสร้างลิงค์อย่างเดียวเรียกว่าทำลิงค์กันแบบไม่ลิมหูลืมตากันเลยทีเดียว ไอ้พวกลิงค์ประเภท 1 click get 10,000 links อะไรเทือกนั้นยิ่งชอบเพราะคิดว่าได้ลิงค์มาโดยง่ายและไม่ต้องเสียเวลามาก แต่ก็เหมือนที่รู้กันในปัจจุบันแล้วว่าไอ้ที่ทำมาข้างต้นนั้น ป่าวประโยชน์! ผิดถนัด! เสียเวลา! คือเรียกได้ว่าไอ้ที่ถึกทำไปนั้นไม่ได้อะไรกลับมาเลย

แล้วสรุปว่าลิงค์ที่ดีคืออะไร ลิงค์จากเวปที่ PR สูง? ลิงค์จากหน้าเพจที่มีบทความเกี่ยวข้อง? ลิงค์จากเวปที่ bot ชุกซุม? ทั้งสามอย่างข้างต้นนั้นก็(คง)จะถูกอยู่แล้ว แต่จากที่ผมสรุปเอาด้วยตัวเอง ลิงค์ที่มีคุณภาพนั้น(น่าจะ)ต้อง

1. หน้าเพจที่มีลิงค์นั้นติดอยู่ต้อง indexed แน่นอนถ้าหน้าเพจนั้นๆไม่ indexed ก็คือหน้าเพจนั้นไม่ถูก google นับ หรือไ่ม่ได้สนใจ ไม่ได้อยู่ในสารบบของ google พูดง่ายๆคือหน้าเพจนั้นไม่ได้มีอยู่ในโลกของ google

2. นอกจากเวปเพจนั้นจะต้อง indexed แล้วเท่านั้นยังไม่พอ (สำหรับผม) (ซึ่งเป็นเจ้าของ networks เหล่านั้น), ซึ่งบางคนอาจจะพอใจแค่นี้. พอใจแค่ได้ลิงค์จากหน้าที่มี indexed ซึ่งสำหรับผมคิดว่าเท่านั้นยังไม่พอ ลิงค์ในหน้านั้นต้องถูกนับเข้าไปยัง google webmaster tool ด้วยในส่วนของ Link to Your Site นั้นถึงจะนับได้ว่าลิงค์นั้นเป็นลิงค์ที่สมบูรณ์ถูกนับและให้คะแนนโดย google

3. หน้าเพจหลายๆหน้าที่ indexed กับ google แล้วยังไม่ได้การันตีว่าลิงค์ในหน้านั้นจะถูกนับเข้าไปยัง google webmaster tool ซึ่งในเรื่องนี้ผมมีประสบการณ์โดยตรงที่สามารถยืนยันได้ว่าหน้าที่ indexed แล้วแต่ลิงค์ในหน้านั้นไม่ได้ถูกนับเข้าไปยัง google webmaster tool ซึ่งในกรณีเกิดกับพวกเวปที่ปั่นขึ้นมาหรือใช้ tool ในการสร้าง content ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ, เวปปั่น เวป spam มี index ผมยังไม่เคยทำเวปเหล่านี้แล้วไม่ indexed  เหมือนกับคนอื่นเขาสักที

ในปัจจุบัน google มี  algorithm ที่สร้างมาเพื่อป้องกัน spammers ทั้งหลาย ซึ่ง spammers เหล่านั้นก็งัดกลยุทธ์ต่างๆออกมาสู้ได้อย่างดุเดือด ถ้าพูดในภาษาฟุตบอล ผมให้ google เป็นต่อ 2 ลูกครึ่ง ไม่ควบ

สรุปว่าการหาลิงค์ที่ดีที่สุดคือทำให้เป็นธรรมชาติ ไม่เพิ่มขึ้นเร็วเกินไป ฐานของเวปเหล่านั้นต้องแน่นและมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งก็ต้องโยงไปถึงบทความหรือเนื้อหาในเวปนั้นด้วย ซึ่งก็ต้องโยงไปถือลิงค์ที่ลิงค์มายันเวปเหล่านั้นอีกที ซึ่งถ้าให้สรุปจริงๆเลยก็คือ ตอนนี้ผมเองก็ยังไม่เข้าใจอะไรเลยเช่นกัน

โลกหมุนไปทุกอย่างเปลี่ยนไป เราเองก็ต้องปรับตัว เรียนรู้ ทำความเข้าใจ หรือแม้กระทั่งการปล่อยวาง เพื่อที่จะอยู่รอด ซึ่งก็มีคำถามตามมาว่าอยู่รอดแบบใหน แบบสบายๆ แบบปากกัดตีนถีบ dog eat dog แบบฉิวเฉียด หรือจะแบบใหนก็ตามที แต่สุดท้ายผมอยากให้ทุกคนอยู่รอดกันทั่วหน้า บนโลก cyber และโลกมนุษย์กลมๆเพี้ยนๆนี้ อย่างถ้วนหน้าและทั้วถึงกันทุกคนครับ

Google analytic, (not set) and (not provided)

ต่อเนื่องมาจากวันก่อน เกี่ยวกับโปรแกรม tracking ขั้นเทพ (ผมไม่สนใจ tracking ตัวอื่นเลย) เป็นปัญหางงงวยสำหรับผมมาพักใหญ่สำหรับ keywords ที่รายงานออกมาว่า (not set) สำหรับในกรณีของ Paid    Traffic ซึ่งเป็น traffic ที่มาจากการโฆษณาด้วย pay per click ในกรณีนี้ผมลงโฆษณาด้วย Adwords

keywords ที่รายงานออกมาว่า (not set) มาได้อย่างไร?

- ในกรณีที่เกิด traffic เข้ามาในเวปไซต์ แบบธรรมดา search, direct หรือ referrals จะมีกรณีที่เกิด keywords (not set) ได้ในกรณี direct หรือ referrals ได้ เพราะเป็น traffic ที่ไม่ได้มาจากการ serach ซึ่งทำให้ไม่มี keyword ถูก report เข้ามา ซึ่งในกรณีนี้เรียกได้ว่า Make sense

- ในกรณีของ traffic ที่เข้ามาแบบ Paid search, มีการจ่ายเงินแบบ pay per click ให้กับ google (Adwords) เมื่อมีการคลิกเข้ามาที่ Ads ซึ่งทำให้เกิด traffic เกิดขึ้น ในกรณีนี้ keywords (not set) จะเกิดขึ้นเมื่อ traffic นั้นมาจาก Display Network, Ads ที่แปะไว้ตาม blog หรือ website ต่างๆ (พวกที่ทำ Adsense หากินตรงนี้)

ย้อนกลับไปรูปแรก เวปไซต์นี้เป็นเวป E-commerce เวปหนึ่ง ซึ่งมียอดขายที่ถือว่าใช้ได้และมี traffic ที่เกิดขึ้นจากการทำ SEO. ต่อมามีการเพิ่มสินค้ามากขึ้นหลากหลายมากขึ้น pay per click จึงถูกนำเข้ามา และแน่นอน pay per click ที่เลือกคือ Adwords ซึ่งปัญหาที่เกิดคือ keywords (not set) เกิดขึ้นทั้งๆที่เวปไซต์นี้เลือกแสดง Ads เฉพาะ Google search

keywords (not set) ที่เกิดขึ้นเนื่องจากไม่ได้มีการ link account ของ analytic และ adwords เข้าด้วยกัน, ไม่ใช่ในการลิงค์ account เพื่อแสดงข้อมูลสถิติแบบปกติ สำหรับในกรณี adwords จะมี options ให้เข้าไปเซ็ตเพิ่มเติมขึ้นมา เท่านี้เองที่ต้องทำ (เกริ่นยาวมาก555) เมื่อทำการลิงค์ทั้งสองเข้าด้วยกันก็จะมีเมลล์ยืนยันจาก google ส่งมาอีกที คราวนี้เรียกว่ากระจ่างชัดแจ้งกันเลยทีเดียว

สำหรับ step by step ก็ตามวีดีโอข้างล่างนี้เลยครับ สุดท้ายปัญหาทุกอย่างก็คลี่คลาย

ขอได้รับความขอบคุณ ^^ wardnep.com