Google Analytics, Tracking Subdomains

ห่างหายกันไปนานเลยทีเดียวที่ผมไม่ได้อัพเดตบทความอะไรเลย เนื่องจากผมไม่มีอะไรจะเขียนนั้นเอง(ฮาาา) และอีกอย่างช่วงก่อนผมต้องไป(เริ่ม)ทำงานอะไรใหม่ๆเกี่ยวกับโมบายซึ่งแทบเรียกได้ว่าเริ่มต้นจากศูนย์กันเลยทีเดียว แต่ช่วงนี้ก็เริ่มโอเคปรับตัวได้ดีทีเดียว ถ้าพบเจออะไรใหม่จะมาเขียนแชร์นะครับ ส่วนวันนี้ผมอยากจะอัพเดตบทความเอาใจกูลเกิ้ลสักหน่อย จะเป็นเกี่ยวกับเรื่องการใช้งาน Analytic ซึ่งทุกคนคงจะคุ้นชิน(ชา)กับโปรแกรมตัวนี้กันอยู่แล้ว แต่วันนี้ผมจะเขียนเกี่ยวกับในกรณีที่เราต้องการ Track โดยแยก ระหว่าง subdomains ต่างๆ

เช่น สมมุติว่าเรามี domains และ subdomains จำนวน 2 subdomain ด้วยกัน

(primary domain) www.mobile-shop.com
(subdomain) iPhone.mobile-shop.com
(subdomain) android.mobile-shop.com

โดย tracking code ที่เราจะเลือกคือ One domain with multiple subdomains

สิ่งที่เราต้องการก็คือแยก traffic จากทั้งสามโดเมนนี้ออกจากกัน ซึ่งโดยทั้วไปเราจะ track ที่ www.mobile-shop.com ที่เดียว ซึ่ง traffic ทั้งหมดจะร่วมกันจนแยกไม่ได้ว่า traffic ที่ได้มาจาก subdomain ตัวใหน

อธิบายเพิ่ม สมมุติมี traffic เข้ามาที่สอง page ต่อไปนี้

www.moblie-shop.com/index.html
iPhone.moblie-shop.com/product.html

ส่งที่ Google Analytic จะเก็บสำหรับ นี้คือ

index.html และ
product.html

ซึ่งไม่สามารถบอกได้เลยว่าทั้งสองเพจมาจาก domain หรือ subdomain ใหน

สิ่งที่เราต้องทำก็คือสร้าง filter สำหรับ domain และ subdomain ทั้งหมดเหล่านี้ เพื่อการ แยกแยะ traffic เหล่านี้ออกจากกันและจัดเก็บไว้เป็นหมวดหมู่ตามที่เราต้องการ

สิ่งที่เราสร้างสำหรับ filters นี้คือ

Field A -> Hostname = (,*) (เป็น regular expressions, หมายถึงเอาทั้งหมด?!)
Field B -> Request URI = (,*)

และ

Output To -> Request URI = $A1$B1

ซึ่งหมายความว่า Output ที่ได้จะออกไปที่ Request URI ซึ่งมีค่าเท่ากับ Field A ($A1) ต่อด้วย Field B ($B1) นั้นจะทำให้ทุกๆ request ที่เป็น traffic ที่เข้ามาจะถูกเก็บอยู่ในรูปแบบของ request เต็มๆเช่น

www.moblie-shop.com/index.html และ
iPhone.moblie-shop.com/product.html

ซึ่ง ณ. ตรงนี้เราจะสามารถบอกได้แล้วว่า traffic น้้นๆเรียกไปที่ domain หรือ subdomain ใหน ซึ่ง Filter ตัวแรกนี้เราต้องสร้างให้กับทุกๆ profile www.mobile-shop.com, iPhone.mobile-shop.com และ android.mobile-shop.com

และมาถึงขั้นตอนสุดท้ายที่เราจะแยกแยะ traffic เหล่านั้นและจัดการให้มันเป็นหมวดหมู่ www, iPhone หรือ android

สิ่งที่ต้องทำก็คือสร้าง filter ขึ้นมาอีกหนึ่งตัวเพื่อ filter เฉพาะ traffic ที่เราต้องการเท่านั้น เช่น เราต้องการ traffic สำหรับ subdomain iPhone.mobile-shop.com เท่านั้นสำหรับ profile ที่ชื่อ iPhone

filter ที่เราสร้างก็คือ Include เฉพาะ Request URI ที่มี iPhone.mobile-shop.com

แค่นี้เราก็สามารถจะแยกแยะ traffic เหล่านี้ออกจากกันได้แล้วในกรณีที่ website มีการวางโครงสร้างแบบ subdomain ส่วนในกรณีที่ website มีการวางโครงสร้างแบบ subdirecttory ก็มีวิธีการจัดการที่คล้ายๆกันครับ

How to change your website’s host/domain without affecting your Rankings?

สมมุติว่า คุณมีเวปไซต์หนึ่งซึ่งได้ออกแบบและทำ มาเป็นอย่างดีเยี่ยมแล้วในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งทำให้เวปไซต์ของคุณมี เข้ามาจำนวนหนึ่งเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ แต่แล้ววันหนึ่งด้วยเหตุผลกลใดก็ตามทำให้คุณต้อง เปลี่ยนชื่อโดเมนและย้ายโฮสที่เคยอยู่ นั้นเท่ากับคุณต้องกลับไปเริ่มที่ศูนย์เลยหรือไม่ คำตอบคือไม่ แต่ทุกอย่างก็ไม่มีทางเหมือนเดิมได้ แต่ไม่เท่ากับศูนย์แน่นอน ซึ่งผมเคยเจอกรณีนี้มาแล้ว และจากการค้นหาไม่เชิงค้นคว้า ทุุกอย่างอยู่ใน internet ได้บทสรุปมาดังนี้ ผมเลยอยากจะมาเขียนต่อ

How to change your website’s host/domain without affecting your Rankings?
วิธีการที่จะเปลี่ยนชื่อโดเมนหรือย้ายโฮส โดยที่ไม่กระทบกับการ ?

ในกรณีที่คุณย้ายจากเวปหนึ่งไปยังอีกเวปหนึ่ง โดยการเปลี่ยนชื่อโดเมนและย้ายโฮสที่อยู่ (ไม่มีการ re-design) สิ่งที่จะต้องทำก็คือ

1. 301 redirect
จัดการทำ redirect แบบ 301, permanent redirect แบบ page-to-page คือทำทุกๆเพจไปยังโดเมนใหม่ เช่น ย้ายจาก www.aaa.com ไป www.bbb.com สิ่งที่คุณต้องทำคือจัดการทำ 301 redirect ในทุกเพจ ยกตัวอย่าง

www.aaa.com/index.html -> www.bbb.com/index.html
www.aaa.com/contact.html -> www.bbb.com/contact.html
www.aaa.com/about.html -> www.bbb.com/about.html
..
..
www.aaa.com/whatever.html -> www.bbb.com/whatever.html

ส่วนวิธีการทำ 301 redirect ก็มีหลายวิธี แต่ที่ผมใช้เป็นแบบ php ซึ่งถ้าโอสของคุณ enable php ไว้ก็สามารถทำได้เลย

header("HTTP/1.1 301 Moved Permanently");
header("Location: http://www.new-domain.com");
exit();

ทำไมต้อง 301 redirect?
เพราะว่าเป็นสิ่งเดียวที่จะบอก googlebot ได้ว่าเวปไซต์นี้ได้ทำการย้ายที่อยู่ไปเรียบร้อยแล้ว และถ้าในมุมมองของผู้ใช้งานผ่าน search engine ต่างๆ ทั้งหลายเหล่านั้นก็จะถูกย้าย traffic มายังโดเมนใหม่ทันที

2.  webmaster tool / Change of Address
ลำดับต่อมาก็คือการเข้าไปยัง Google webmaster tool ในส่วนของ change of address เพื่อที่จะบอก google ว่าเวปไซต์ www.aaa.com ได้เปลี่ยนชื่อเป็น www.bbb.com เรียบร้อยแล้ว นั้นหมายความว่า google เองได้ยอมรับการเกิดปัญหาในกรณี ย้ายโฮสและเปลี่ยนชื่อโดเมน จึงได้ทำระบบในส่วนนี้ขึ้นมารองรับ ซึ่งคำแนะนำโดยตรงจากตัว google เองในกรณีนี้ก็คือการทำ 301 redirect ซึ่งคุณก็ต้องทำตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในส่วนของ change of address ซึ่งก็จะมีการให้อัพเดต sitemap.xml ใหม่สำหรับเวปไซต์ใหม่ด้วย

3. external/internal links
ลำดับต่อมาก็สิ่งที่ยุ่งยากที่สุด คือ การจัดการ external links/internal links
- internal links ถ้าในการออกแบบเวปไซต์ในตอนตั้งต้นมีกาารออกแบบไว้ดีคือมีการใช้ relative URIs ส่วนนี้คุณจะไม่ต้องทำอะไรเลยแต่ถ้าเป็นแบบ permanent คุณก็ต้องจัดการแก้ไขใหม่ทั้งหมด
- external links คือการจัดการ external links ที่มีทั้งหมดหรือเท่าที่ทำได้ให้ชี้มาที่โดเมนใหม่

และทั้งหมดที่คือขั้นตอนคร่าวๆของการย้ายเวปไซต์ที่มีการทำ SEO ไว้ ซึ่งค่อนข้างจะยุ่งยากพอสมควรครับ

The Viva Villa

Viva Villa is an accommodation near to Chiang Mai city in contemporary style, located in business and tourist attraction area, far only 15 minutes from Chiang Mai International Airport, 10 minutes from Chiang Mai city and Night Bazaar.

Viva Villa is located in the area of businesses and tourist attractions, suitable for relaxing personally or with family, consisting of 11 units, each having special size, personal terrace for view seeing and relaxing, together with warm service like your home.

duplicate content

วันนี้ผมได้ตรวจสอบเวปไซต์ที่ผมดูแลเรื่อง อยู่เวปหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่อันดับแรกของเวปไซต์ข้างบน ซึ่งเวปไซต์นี้ผมไม่ได้เป็นคนดำเนินการหรือเป็นคนทำเวปไซต์ขึ้นมา ผมได้เข้ามาัรับผิดชอบในส่วนของ หลังจากที่เวปไซต์ได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผมก็ไม่มีสิทธิ์หรือไม่รู้ว่าเนื้อหาในเวปไซต์นั้นมาจากใหน ซึ่งจากรูปข้างบนก็จะเห็นว่าต้องมีเวปไซต์อย่างน้อยหนึ่งหรืออย่างมากสามเวปไซต์ที่ได้ก๊อปปี้หรือคัดลอกบนความจากเวปไซต์ใดเวปไซต์หนึ่งมาอย่างแน่นอน (งง?) แต่นั้นไม่ใช่ประเด็น

ประเด็นคือ ทำไมเวปไซต์ที่มีการคัดลอกบนความจากเวปไซต์อื่นมา โดยที่ไม่มีแม้แต่การ rewrite เลยด้วยซ้ำถึงมีอินเด็ตอยู่ในฐานข้อมูลของกูลเกิ้ลได้ ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ กำลังทำ นั้นก็คือโยงไปถึงเรื่องของ ซึ่งก็ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร อาจจะเป็นเพราะเพจเหล่านี้เกิดมาก่อน ซึ่งนั้นทำให้มันไม่รู้เหมือนกันว่าบทความอันใหนเป็นตัวต้นฉบับจริงๆ หรือ ยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์กับภาษาไทยหรือภาษาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ

แค่เจออะไรแปลกๆก็เลยเอามาแชร์กันครับ เริ่มทำ SEO มาได้สักพัก ก็ยังงงๆกับหลายๆอย่าง บางอย่างก็ยังไม่เข้าใจ สรุปว่าเวลาที่ผ่านมาผมก็ยังไม่เข้าใจอะไรเลยอยู่ดี