duplicate content
วันนี้ผมได้ตรวจสอบเวปไซต์ที่ผมดูแลเรื่อง SEO อยู่เวปหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่อันดับแรกของเวปไซต์ข้างบน ซึ่งเวปไซต์นี้ผมไม่ได้เป็นคนดำเนินการหรือเป็นคนทำเวปไซต์ขึ้นมา ผมได้เข้ามาัรับผิดชอบในส่วนของ SEO หลังจากที่เวปไซต์ได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผมก็ไม่มีสิทธิ์หรือไม่รู้ว่าเนื้อหาในเวปไซต์นั้นมาจากใหน ซึ่งจากรูปข้างบนก็จะเห็นว่าต้องมีเวปไซต์อย่างน้อยหนึ่งหรืออย่างมากสามเวปไซต์ที่ได้ก๊อปปี้หรือคัดลอกบนความจากเวปไซต์ใดเวปไซต์หนึ่งมาอย่างแน่นอน (งง?) แต่นั้นไม่ใช่ประเด็น
ประเด็นคือ ทำไมเวปไซต์ที่มีการคัดลอกบนความจากเวปไซต์อื่นมา โดยที่ไม่มีแม้แต่การ rewrite เลยด้วยซ้ำถึงมีอินเด็ตอยู่ในฐานข้อมูลของกูลเกิ้ลได้ ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ google กำลังทำ นั้นก็คือโยงไปถึงเรื่องของ PANDA ซึ่งก็ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร อาจจะเป็นเพราะเพจเหล่านี้เกิดมาก่อน PANDA ซึ่งนั้นทำให้มันไม่รู้เหมือนกันว่าบทความอันใหนเป็นตัวต้นฉบับจริงๆ หรือ PANDA ยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์กับภาษาไทยหรือภาษาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ
แค่เจออะไรแปลกๆก็เลยเอามาแชร์กันครับ เริ่มทำ SEO มาได้สักพัก ก็ยังงงๆกับหลายๆอย่าง บางอย่างก็ยังไม่เข้าใจ สรุปว่าเวลาที่ผ่านมาผมก็ยังไม่เข้าใจอะไรเลยอยู่ดี
PANDA
ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาผมมีงานที่จะต้องจัดการลิงค์ (backlink) ให้เวปไซค์เวปหนึ่ง ซึ่งสิ่งที่ได้เห็นและอยากจะแชร์ก็คือเรื่องที่ฮอตฮิต (ฮอตฮิตไปสัพักแล้วละ) เรื่องของ PANDA นั้นเอง สิ่งที่เห็นคือ เน็ตเวิร์คที่ถูกสร้างขึ้นมา โดยที่ไม่มีประโยชน์อันใดต่อมนุษย์ชาติ เป็นขยะไซเบอร์ เป็นตัวกินเน็ตเวิร์คทราฟฟิก แบบไร้ประโยชน์ประยังอันใด ซึ่งนั้นก็คือ เวปที่ถูกสร้าง/ปั่นขึ้นมา โดยมีเนื่อหา content ที่ copy หรืออาจะ rewrite หรือ translate หรือวิธีการใดวิธีการหนึ่งที่ทำให้ content นั้นเปลี่ยนรูปแบบไป เพื่อหวังผลให้ content นั้นถูกมองว่าเป็น content ที่ unique ซึ่งเวปเหล่านั้นถูก PANDA กินเรียบ ถูก deindex กันเป็นแถวๆ
แต่ก็ยังมีบางเวปไซต์บางเน็ตเวิร์คที่ยังเหลือรอดมาอยู่ อาจจะเพราะอัลกอริธึมของ PANDA ยังไม่สมบูรณ์นักก็เป็นได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม google ได้ก็ได้เริ่มสร้างสังคมแบบยูโทเปีย สำหรับการค้นหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตขึ้นมาแล้ว ซึ่งนั้นคือ สิ่งที่คุณต้องการค้นหา คุณจะได้ในสิ่งนั้นจริงๆ และยังมีส่วนย่อยๆลงไปอีกเช่น ย้อนหลังจำนวนกี่วัน ค้นหารูปที่เป็นสี ขาวดำ หรือรูปวาด เรียกว่า Google ไปไกลกว่าที่ใครจะตามทัน สุดท้ายขยะไซเบอร์เหล่านั้นก็ถูกกำจัดไป
PANDA อาจะมีเรื่องของเนื้อหาที่มีความสดใหม่ เช่น เนื้อหาที่มีความสดใหม่ มีความเป็น unique ไม่ซ้ำใคร จะเป็นที่ซื่นชอบของ Googlebot มากว่าเนื้อหาที่ซ้ำและเก่ากว่า (เป็นความเชื่อส่วนตัว) นั้นหมายความว่าเวปไซต์ที่มีการอัพเดตอยู่ตลอดเวลาจะเป็นที่ชื่นชอบมากกว่า เข้าตามหลักของ Web 2.0 ในที่สุด
แต่มีข้อชวนคิดอย่างหนึ่งสำหรับสิ่งที่ PANDA ทำไว้คือ PANDA ชื่อชอบเนื้อหาที่มีความสดใหม่ แต่ PANDA ยังไม่ได้เข้าใจในเนื้อหานั้นว่าพูดเกี่ยวกับอะไรมีประโยชน์สอดคล้องกับอะไรมากน้อยแค่ใหน หรือไม่อย่างไร ไม่แน่ ในอนาคตมันอาจจะมีการเข้าใจความหมายของเนื้อหาข้อความเหล่านั้นได้ เหมือนที่ Google ได้ทำกับ image search ที่สามาถค้นหา รูปวาด เหมือนจริง กราฟฟิก หรือแม้กระทั้งโทนสี นั้นแสดงว่า Google เริ่มมีการทำ Image Processing กับรูปภาพต่างในเวปแล้ว
Google places SEO/Ranking?
สำหรับการ search ใน google หลายๆครั้งที่ผลลัพธ์ที่แสดงออกมานั้น บางส่วนเป็นผลลัพธ์ที่มาจาก google places ซึ่งส่วนมากเกิดขึ้นจากการค้นหาสถานที่หรือบริการต่างๆ เช่น โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร แล้วมันสำคัญตรงใหน?
สำคัญตรงที่ว่า ถ้าคุณทำ SEO ให้สินค้าบริการหรือสถานที่ต่างๆ ผลลัพธ์ในส่วนของ google places จะมีความละเอียดกว่ามาก คืออะไร? สำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาบริการหรือสถานที่ต่างๆ สิ่งที่เขาต้องการคือ สถานที่นั้น อยู่ที่ใหน ทำอย่างไรไป ไปทางใหน สินค้าบริการนั้นราคาเท่าไร ความคิดเห็นจากผู้ที่เคยใช้บริการมาเป็นอย่างไง ตัวอย่างคร่าวๆของสินค้าหรือบริการนั้น วันเวลาทำการเปิดปิดกี่โมง มีบริการเสริมอะไรหรือไม่ ซึ่งทุกอย่างที่กล่าวมานี้มีอยู่ใน google places ซึ่งมันสะดวกกว่าตรงใหน
สมมุติถ้าเป็นวิธีการแบบเก่าคือ สมมุติคุณต้องการค้นหาโรงแรมสักแห่งในลอนดอน คุณอาจจะต้องค้นหาด้วย keywords ว่า "hotel london" ซึ่งผลลัพธ์ที่คุณได้ก็จะเป็นรายชื่อเวปไซต์ที่ทำ SEO แข่งกันมาอย่างบ้าเลือดสิบเวปผู้อยู่รอดในหน้าแรก แล้วไงต่อ คุณก็ต้องเข้าไปในเวปทีละเวปเพื่อที่จะหาข้อมูลทั้งหมดเหล่านั้น ซึ่งมันจะสะดวกกว่ามั้ยถ้า google places ได้รวบรวมข้อมูลต่างๆเหล่านั้นมาให้แล้ว รวมไปถึง reviews ที่เวปอื่นๆเขียนถึงเวปนั้นด้วยในขณะเดียวกัน
นี้คือตัวอย่างผลลัพธ์ที่มีผลลัพธ์ที่มาจาก google places แสดงแทรกอยู่ด้วยในส่วนที่ทำสีเหลืองไว้ และผลลัพธ์ที่มาจาก google map ในส่วนสีเหลืองทางขวามือสุด ผลลัพธ์ที่มาจาก google places ละเอียดกว่ามาก อย่างไรแสดงในรูปด้านล่าง
นี้คือคร่าวๆของ google places ส่วนการทำ SEO สำหรับ google places นั้นจะขอเขียนไว้ในครั้งหน้า ซึ่งจริงผมก็ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร google places SEO???, google places ranking??? ฯลฯ ที่ผมเขียนไปก็เขียนมาจากประสบการณ์ตรงที่ได้ทำมา และอยากจะแชร์ความรู้ลงไปในอินเตอร์เน็ตบ้าง เพราะผมก็ได้ความรู้ได้อะไรหลายๆอย่างจากโลกอินเตอร์เน็ตเหมือนกันครับ
wbm
ในที่สุดก็เขียนเสร็จสักทีอาจจะไม่เทพเท่า scrapbox แต่เลือกเฉาพะสิ่งที่ได้ใช้จริงๆ สรุปสิ่งที่ใช่มีดังต่อไปนี้
1. XML-RPC for PHP สำหรับติดต่อกับ blog ทั้งหมด post blog, count blog posted หลักๆก็มีแค่นี้
2. HTML, PHP, javascript, jQuery, Ajax, JASON สำหรับการทำงานในส่วนของ UI ทั้วไป
3. Google Translate API สำหรับ feature ของการแปล content เป็นภาษาต่างๆ
4. PHP: cURL, PHP: XML Parser สำหรับการดึง article จากเวปต่าง (วิธีการไม่เปิดเผย)
5. Article Spinning API (เขียนเอง)
ก็อาจจะเป็นโปรแกรมเล็กๆที่กำลังจะทดสอบการใช้งาน ซึ่งก็ยังไม่รับประกันอะไรไรถึงประสิทธิ์ภาพของการผลลัพธ์ที่ออกมา ติดต่อหลังไมค์ได้สำหรับวิธีการแบบแจะลึก แนะนำได้เท่าที่แนะนำได้คับ ของเวลาทดสอบและพัฒนาต่อสักสามสี่เดือนถ้าได้ผล แผนการต่อไปคือทำเป็นโปรดักออกมาครับ
ปล. เปลี่ยนจาก Atom เป็น XML-RPC
ปัญหาจากการสร้าง network ส่วนตัว
สำหรับคนที่สร้าง network ส่วนตัวขึ้นมาเพื่อที่จะสร้าง link wheel หรือสร้าง backlink หรือ นักปั่นเวปสำหรับทำ adsense ปัญหาใหญ่ที่คิดว่าทุกคนต้องเจอก็คือเรื่องของ content จากประสบการณ์ที่ได้ทดลองสร้าง nwtwork ส่วนตัวขึ้นมาปัญหาหลักๆที่พบคือ
1. content ที่สร้างมานั้นไม่ติด index ใน google ซึ่งเท่ากับ content นั้นไม่มีความหมายใดเลยสำหรับ google ซึ่งก็เท่ากับว่าไม่มีความหมายใดต่อการทำ SEO ด้วยเช่นกัน
2. การหา unique content ปัญหาคืดจะหา unique content มาได้อย่างไร ซึ่งตามสเต็ปทั้วไปก็คือการทำ arctic rewriting ซึ่งมันได้ผลมากน้อยแค่ใหน สำหรับคนที่ไม่แตกภาษาอังกฤษ content ที่ rewrite มานั้น แน่นนอนว่าฝรั่งอ่านไม่รู้เรื่อง ซึ่ง content แบบนี้ เท่าที่ได้ทดลองทำมาปรากฏว่า ไม่ติด index ใน google ซึ่งเป็นไปแล้ว แน่นอนว่าถ้าเป็นคนทั้วไปมาอ่าน content นี้ไม่ติด index แน่นอน เพราะอ่านไม่รู้เรื่อง แต่สำหรับ bot ของ google มันรู้ได้อย่างไรว่า content นี้มันถูก rewrite มา ซึ่งน่าสนใจมาก
3. สำหรับท่านที่สร้าง network ส่วนตัวจาก free blog ทั้วไป ปัญหาที่เจอหลักคือการถูก suspended เนื่องจากถูกตรวจสอบด้วยระบบอะไรตามแต่ของเวปนั้น แล้วทำให้ทราบว่าบล็อคที่เรากำลังสร้างขึ้นมานั้นเป็นการปั่นขึ้นมา
นี้คือปัญหาหลักๆที่เจอจากการทดลองสร้าง network ส่วนตัวขึ้นมา ซึ่งเป็นปัญหายุ่งยากที่เกิดขึ้นซึ่งก็ต้องหาทางแก้ไขกันต่อไปคับ
cath SEO 2
พูดถึงเรื่องคุณเคตนักทำ SEO ชาวอังกฤษ ที่ได้เล่าถึงในคราวก่อนอีกสักหน่อย จริงๆจะพูดว่าคุณเคตแกเป็นนักทำ SEO ก็คงจะพูดไม่ได้เต็มปากแบบถนัดๆนัก เพราะคุณเคตไม่รู้เรื่องโค้ดเลยไม่ว่าจะเป็น HTML, CSS หรืออะไรทั้งนั้น แล้วเวปที่คุณเคตแกทำ SEO ก็คือเวปขายจิวเวอรี่ ของแกเองแต่ทั้งหมดเน้นไปที่ on-page ทั้งนั้น ดังที่ได้พูดไปแล้ว และอีกอย่างคือ blog ซึ่งอยู่ในตัวเวปขายจิวเวอรี่นั้น ซึ่งแกอัพเดตทุกวัน (ทุกวันจริง) ซึ่งแน่นอน google ชอบมาก ส่วนเรื่องการหา back link แทบจะไม่ได้มีการสร้างลิงค์ในส่วนนี้ขึ้นมาด้วยตัวเองเลย นั้นก็สรุปได้ว่าคนที่ไม่มีความรู้ทางเทคนิคมากมายก็สามารถทำ SEO ได้ แค่เข้าใจในรูปแบบหรือโครงสร้างเวปไซต์ที่ดี ไม่มีการสแปม ไม่มีการสร้างลิงค์ด้วยวิธีต่างๆที่ไม่ถูกต้อง คุณก็สามารถจะมีอันดับที่ดีได้ใน google ได้
อีกอย่างที่คุณนายแกเท่มาคือ เวปขายจิวเวอรี่ของแกนั้นหล่ะ ซึ่งเป็นงานหลักเป็นรายได้หลักของแก ซึ่งแกมีเวปใซต์แบบนี้อยู่ทั้งหมดสามเวป ขายของแตกต่างกันไป สิ่งที่น่าอิจฉาที่สุดคือการที่สามารถเดินทางไปใหนต่อให้ได้โดยอิสระ ไม่มีออฟฟิตที่ทำงาน มีแค่โน๊ตบุ้คตัวหนึ่งก็สามารถทำงานได้แล้ว (แอบเห็นว่ายังเป็น celeron อยู่เลย) แต่ไม่ใช่ amazon นะคับ เป็น engine ของ asp.net ส่วนสินค้าก็คงเป็นสินค้าของแกเอง ก็เก็บมาเล่าแบ่งปันคับ
cath SEO
เมื่อวานได้มีโอกาสคุยกับ นักทำ SEO ชาวอังกฤษท่านหนึ่ง ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก ได้อะไรใหม่ๆมากมายบางอย่างก็เป็นสิ่งเรารู้แล้ว บางอย่างก็เป็นสิ่งที่เราละเลยไป บางอย่างก็เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญกับมันมากเกินไป ซึ่งเขาก็บอกตั้งแต่แรกแล้วว่าสิ่งที่เขาบอกสิ่งที่เขาเล่าเราอาจจะรู้อยู่แล้วและบางอย่างเราอาจจะไม่เห็นด้วย สิ่งที่เรียนรู้ได้มีหลายอย่างเช่น ความเป็นมืออาชีพในการทำงาน ซึ่งมีในชาวต่างชาติ(ตะวันตก) เกือบทุกคนอยู่แล้ว ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนที่ดี ได้มุมมองหลายๆอย่าง อย่างเช่นการหันกลับมามองที่ on-page มากขึ้น เรื่องของการ SPAM คีย์เวริค์ใน on-page (เป็นการทำ SEO ที่ low class มากๆ, ความเห็นส่วนตัว) เรื่องของการทำ link exchange ซึ่งฮิตกันมากในเวปกลุ่มธุรกิจต่างๆ ซึ่งมัน google ให้ความสำคัญลดลงมาก เพราะว่ามันเป็นการแลกลิงค์และมันเป็นการตกลงกันระหว่างเวปสองเวป ซึ่งมันไม่มีน้ำหนักอะไรเลยในลิงค์นั้นๆ ลิงค์ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คงจะเป็น one way link คือสิงค์ทางเดียวจากเวปหนึ่งๆ ที่ลิงค์มาหาเวปเรา และเรื่องของ mate tag ต่างๆซึ่งไม่น่าเชื่อว่ายังมีความสำคัญอยู่มากๆ เรื่องของ bot cycle ซึ่งผ่านการวิเคราะห์มาแล้วว่าจะมีวงจรเป็นเช่นใร เรื่องของ blog ซึ่งก็หมายถึงเรื่องของ unique content การอัพเดตต่างๆ ก็ได้ความรู้มามากมายครับ แลกเปลี่ยนกัน
สุดท้ายก็ขอให้คุณนายเดินทางกลับบ้านอย่างปลอยภัยแล้วกัน และทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ keep in touch กันด้วยอีเมลล์ต่อไปครับ ในโลกของการทำงานอิสระเราได้เจอผู้คนมากมายคนที่เราได้เรียนรู้จากเขาไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีหรือร้าย ทั้งหมดถึอเป็นประสบการณ์ที่ดีในชีวิตหนึ่งๆ ของเราที่จะได้เจอ ขอบคุณทุกประสบการณ์ ^^
semantic search
มีคำถามหนึ่งที่ มีคนถามเรามาเมื่อวานว่า google.com กับ google.co.th ผลลัพธ์เหมือนหรือแตกต่างกัน อย่างไร? คำตอบคือเหมือนและไม่เหมือนก็ได้ แม้แต่เครื่องต่างกันค้นหาด้วย google.com หรือ google.co.th เหมือนกันยังให้ผลลัพธ์แตกต่างกันได้เลย เพราะอะไร เพราะว่าตามความเข้าใจของเราเอง google ได้เริ่มทำ personalize แล้วเพื่อจะเข้าสู่ web3.0 ซึ่งเป็น semantic search สำหรับ google เอง โดยผลลัพธ์การค้นหาจะจำเพาะต่อตัวบุคคลนั้นๆ เช่น นาย ก. ค้นหาคำว่า มะม่วง อาจจะได้ผลลัพธ์การค้นหาเป็น ลูกมะม่วงหรือต้นมะม่วง แต่นาย ข. ซึ่งชอบทานข้าวเหนียวมะม่วงมากๆ ผลลัพธ์การค้นหาอาจจะเป็น ข้าวเหนียวมะม่วงหรือขนมที่ทำจากมะม่วงต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพธ์การค้นหาของนาย ก. และ นาย ข. จึงไม่เหมือนกัน ซึ่งมันเป็นผลดีสำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาข้อมูลกับ google จริงๆ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มันเป็นสิ่งที่เค้าต้องการค้นหาหรือสนใจจริง
ส่วนสำคัญ อีกย่างของ sematic search คือการค้นหารูป ซึ่ง google รู้ได้อย่างไรว่ารูปนั้นมันเป็นรูปอะไรเกี่ยวข้องกับอะไร บางคนอาจจะบอกว่า ดูจาก alt tag ของรูปภาพนั้น ซึ่ง alt tag เป็น tag ที่คนสามารถใส่รายละเอียดเข้าไปได้ซึ่งมันอาจจะไม่เกี่ยวกับรูปนั้นเลย แต่มีการหวังผลในการทำ SEO ในบางอย่าง ปัญหาตรงนี้ google ได้สร้าง data warehouse ขนาดใหญ่ขึ้นมา ซึ่งทุกอย่างที่เราได้ค้นหา อย่างเช่น keyword ต่างๆหรือประโยคต่างๆที่เราได้เขียนได้เขียนกำกับไปในรูปภาพต่างๆใน social web ทั้วๆไป ทุกอย่างได้ถูกส่งกลับไปยัง google หมดเพื่อสร้าง data warehouse ขนาดใหญ่นี้ขึ้นมา แน่นอนและพิสูจน์ได้จากการดักจับข้อมูล input/output ทุกๆสิบนาทีจะมีข้อมูลจาก firefox ถูกส่งกลับไปยัง google เนื่องจากกูลเกิ้ลเป็นผู้บริจาครายใหญ่ของ firefox ซึ่งตรงนี้ถ้าจะพูดถึงเรื่อง privacy ก็คงต้องพูดกันยาวว่ามันละเมิดหรือไม่
เพราะฉนั้นผลลัพธ์ต่างๆนั้นได้ถูกประมวลผลโดยมี data warehouse ขนาดใหญ่เป็นส่วนประกอบ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มันจะ่ขึ้นอยู่กับผู้ที่เป็นคนค้นหาสิ่งนั้นจริงๆ ถึงมันดีต่อประสิทธฺภาพของ google เอง แต่แน่นอนมันเหนื่อยสำหรับคนที่ทำ SEO ในทางกลับกันครับ
Backlinks???
พูดถึงเรื่อง Backlinks ก็ต้องเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งของการทำ SEO? หรือป่าว บางคนบอกว่าไม่ บางคนบอกว่าใช่ แต่ google ปิดปากเงียบสนิท ฺBacklinks คือสิ่งที่ลิงค์มาหาเวปไซต์หรือเวปเพจคุณจากเวปเพจต่างๆ ซึ่งถ้ามันยิ่งมากก็แสดงว่าเวปไซต์หรือเวปเพจนั้นของคุณมัน ป๊อปพิวล่าพอสมควร? แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ ลิงค์ที่ลิงค์มายังเวปคุณนั้นต้องเป็นลิงค์ที่มีคุณภาพด้วย? ซึ่งมันหมายความว่าลิงค์นั้นต้องมาจากเวปเพจที่มันเกี่ยวเนื่องกับ keywords (relevant) ของคุณหรือเกี่ยวเนื่องกันเนื้อหาในเวปคุณ เช่น เวปเพจนี้ของคุณมีเนื้อหาเกี่ยวกับ เทนนิส แล้วคุณมีลิงค์ที่ลิงค์มาจากเวปเพจที่มีเนื่อหาเกี่ยวกับเรื่องของเทนนิส เป็นต้น
แต่ที่เรางงและสงสัยเกิดเป็นคำถามที่เข้ามาในหัวสมองคือ เราจะได้ลิงค์ที่มีคุณภาพเหล่านั้นได้อย่างไร นอกจากวิธีการหาลิงค์แบบทั้วไปที่อีกนิดหนึ่งก็จะเรียกว่าการ SPAM ซึ่ง มันไม่มีความเป็นศิลปเลย เ่ช่น forums signature, blog comment หรือแม้กระทั้งการ submit web directory หรือแม้กระทั้งการ submit social bookmark ต่างๆ ซึ่งมันเป็นการ SPAM หรือป่าว ลิงค์จำนวนมากที่ได้มา google ให้ความสำคัญแค่ใหน หรือ แม้กระทั้งการซื้อขายลิงค์ ซึ่งมันได้ลิงค์มาจริงๆด้วยเวลาที่ใ้ช้ไปจำนวนน้อยนิด ซึ่งตรงนี้ Matt Cutts วิศวกรของ google บอกว่าจะมีการเข้มงวดกับการซื้อขายลิงค์มากขึ้น
เช่นกันเหมือนที่เคยพูดเคยคิดไว้ว่า สิ่งที่ google ให้ความสำคัญมากที่สุดนั้นก็คือ ประสิทธิ์ภาพในการค้นหาของ google เอง นั้นคือผู้ที่มาค้นหาสิ่งไดๆใน google ต้องได้สิ่งที่ค้นหานั้นกลับไป ซึ่งมันเป็นแนวคิดที่ google ยึดถึอไว้และมันทำให้ google มีวันนี้มาได้
ยกตัวอย่างเช่นเรื่องการทำ Adwords ที่ผู้โฆษณาแต่ละรายต้องทำการประมูลราคาต่อคลิก, CPC ว่าเจ้าใหนที่ให้ราคามากกว่าสูงกว่าก็ควรจะได้อยู่ในอันดับที่ดีกว่า สูงกว่า บนกว่า ซึ่งตามหลักของการประมูลมันควรจะเป็นอย่างนั้น แต่สำหรับ google มันไม่ใช่ ไม่ใช่ว่าคุณจะประมูลไปในราคาที่สูงลิ่วชนิดที่เจ้าอื่นเทียบไม่ติด นั้นไม่ได้การันตีว่า Ad ของคุณจะอยู่ในอันดับหนึ่งเสมอไป
สองสามวันนี้เรามีความสงสัยในเรื่องของ Backlinks อ่านและศึกษาในเรื่องของ Backlinks มากมายแต่ก็ไม่เจออะไรที่ตอบคำถามได้อย่างจริงจังๆสักที่ คำค้นที่เราใช้ในการค้นหา, "Backlinks", นั้นสิ่งได้ออกมาส่วนมากเป็นเวปที่ซื้อขายลิงค์ ที่มีคำเชิญชวนที่คลาสสิกที่สุดนั้นคือ FREE ซึ่งจริงๆแล้ว ของฟรีไม่ได้ในโลก ซึ่งก็ได้แต่เซ็งกับเวปที่เราไม่ได้ต้องการ ซึ่งตรงนี้มันหมายความว่าประสิทธิ์ภาพในการค้นหาของ google มันลดลงหรือป่าว?
Adwords Positioning
มีปัญหากันมากมายเหลือเกินสำหรับเรื่องตำแหน่งของ Ads ใน Adwords ซึ่งไม่เป็นไปตามที่ต้องการ คือไม่ได้อันดับที่ดีเท่าที่ต้องการ ทั้งๆที่ bid ไปเกินกว่าค่า First Page Bid Estimates ตั้งมากมาย ซึ่งไม่พอแค่นั้นครับ Adwords ของ google มีวิธีที่ซับซ้อนและเป็นศิลปะมากกว่านั้น มากกว่าแค่การประมูลครับ
ตามรูปด้านล่าง ส่วนทางขวาเป็นตำแหน่งตามปกติที่ Ad ของคุณจะแสดงออกมา ยิ่งสูงยิ่ง bid กันเยอะใน keyword ที่มีการแข่งขันกันสูง
ซึ่งทางที่ดีคุณควรจะหลีกเลี่ยงการบิตกับอันดับสูงๆถ้ากระเป๋าคุณไม่หนักพอจริงๆ เพราะ conversion rate ที่ได้อาจจะไม่ได้สัมพันธ์กับ CTR ที่ได้มา ส่วนทางด้านซ้ายมือ เรียกว่า premium listing ตามรูปข้างล่าง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ หลาย Ads อยากจะไปอยู่ตรงนั้น
ซึ่งการจะไปอยู่ใน premium listing ได้นั้นมีเงื่อนไขคร่าวๆดังนี้ คือ
เมื่อ Ad นั้นๆมี QS(quality score)* ที่สูงพร้อมทั้ง CPC bid** ที่สูงด้วยทั้งสองอย่าง แล้ว Adwords จะสามารถที่จะให้ Ad นั้นไปอยู่ในตำแหน่ง premium position ซึ่งมีอยู่ 3 อันดับได้
* QS(quality score) เป็นคะแนนคุณภาพที่ adwords คิดให้แต่ละ Ad มีตั้งแต่ 1/10 จนถึง 10/10 ซึ่งคะแนนส่วนนี้ได้มาจาก จำนวน CTR*** จำนวน keywords ที่อยู่ใน Ad ซึ่งคะแนนพวกนี้จะบ่งบอกได้ว่า Ad นั้นๆมีประสิทธิภาพแค่ใหน
** CPC bid จำนวนที่ผู้ลงโฆษณาจะยอมจ่ายต่อคลิกหนึ่งครั้ง
*** CTR สัดส่วนของคลิกต่อจำนวนครั้งที่ Ad ได้แสดงออกมา, สมมุตว่า Ad แสดง 100 ครั้ง แล้วมีคนคลิก 1 ครั้ง จะได้ค่า CTR เท่ากับ 1/100 = 0.01 ซึ่งค่าตรงนี้จะบ่งบอกได้ว่า Ad ของเรามีประสิทธิ์ภาพแค่ใหน สามารถจูงใจให้คนคลิกเข้าไปมากแค่ใหน
ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องใช้เงินและระยะเวลาในการดำเนินการ ไม่ใช่แค่การให้ค่า bid เข้าไปมากๆอย่างเดียวครับ
Adwords
เสร็จไปแล้วครับสำหรับงาน adwords สองเวปนั้น ไม่บอกว่าเวปอะไรนะครับ ลองค้นหาใน google ด้วยคำว่า "คาสิโน ออนไลน์" สองเวปที่เราทำอยู่ใน adwords ข้างๆนั้นหล่ะ ศึกษามาสักพักสำหรับเรื่อง adwords เรียกว่าเริ่มจากศูนย์กันเลยที่เดียว
สรุปว่า adwords เป็นการตลาด การโฆษณา แบบใหม่เลยทีเดียว เราว่าทำเป็นวิชา หรือว่าเป็นงานวิจัยเรื่องหนึ่งได้เลย โดย adwords จะคิดค่าโฆษณาก็ต่อเมื่อมีผู้ใช้งานคลิกเข้าไปในเวปไซต์นั้น, PPC (pay per click) โดยไม่สนใจว่าจะแสดงกี่ครั้ง, Impr (Impression) สมมุติมีคลิกเกิดขึ้น 10 ครั้งต่อ Impr 100 ครั้งจะได้ CTR (click throw rate) = 10/100 ซึ่งเท่ากับ 0.01 นั้นเอง ตรงนี้ใช้ไปคิดคำนวนงบประมาณในการโฆษณาคร่าวๆได้ ส่วนถ้าสมมุติว่าใน 10 คลิกที่เกิดขึ้นนั้นมีการซื้อขายเกิดขึ้น 2 ครั้ง ตรงนี้คือ conversion rate ที่เกิดขึ้น ซึ่งค่าตรงจะบ่งบอกได้ถึงการซื้อขายที่เกิดขึ้น เป็นค่าที่เราต้องทำให้เพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยให้ CPC ที่น้อยที่สุด นั้นคือจุดที่จะเกิดกำไรสุงสุด แต่ตรงนี้เราไม่ค่อยได้ใส่ใจเท่าไร เพราะเวปที่เราทำไม่ใช่เวปขายของครับ สิ่งที่เราสนใจคือ Bid เท่านั้น Bid คือค่าประมูล, CPC (cost per click) ของ keywords ในแต่ละคลิกที่เรา(ผู้ลงโฆษณา) จะยอมจ่ายต่อการคลิกหนึ่งครั้ง ซึ่งใคร bid เยอะสุดก็จะแสดงอยู่ในอันดับที่ดีกว่าคับ
มีอีกสองตัวที่อยากจะเขียนถึงคือ Matches Keyword ซึ่งมีอยู่สี่แบบ
1. Broad Match ตัวอย่าง keyword "used car" จะค้นหาเจอหมดไม่ว่าจะมีสลับหน้าสลับหลัง หรืออยู่ใน pharse ใดๆ เช่น "used car", "car used", "find cheap car", "very chrap used"
2. Phrase Match ตัวอย่าง keyword "used car" จะค้นหาเจอหมดเฉพาะที่อยู่ใน pharse ใดๆ เช่น "cheap used car", "used car red color" ง่ายว่า Phrase Match เป็น subset ของ Broad Match
3. Exact Match ตัวอย่าง keyword "used car" จะ้ค้นหาเจอก็ต่อเมื่อ ค้นหาด้วย "used car" ตรงๆตัวเท่านั้น
4. Negative เป็นการกรอง keyword ที่เราไม่ต้องกางให้ค้นหาเจอออกไปครับ
ผลลัพธ์การค้นหาแบบ Search และแบบ Content
1. Search ผลลัพธ์การค้นหาเวปของเราจะแสดงเฉพาะที่หน้า search result เท่านั้น
2. Content ผลลัพธ์การค้นหาจะแสดงในเวปที่เป็นพันธมิตรกับ google ด้วย (adsense)
Adwords for Gamble
จากที่เคยพูดถึงงาน Adwords งานหนึ่ง ซึ่งเวปนี้เกี่ยวกับคาสิโนหรือการพนัน ซึ่งเราก็ยังไม่แน่ใจว่ามันจะสามารถลงประกาศโฆษณาใน Adwordsได้หรือป่าว แต่วันนี้สรุปแล้วครับว่า ไม่ได้
1. จากรูปในกรอบสีแดง คือผลการแสดง Adwords ด้วย keyword ที่ค้นหาคือ "บาคาร่า ออนไลน์" จะเห็นว่าผลลัพธ์ของ Adwords ในสีแดงไม่มีเวปเกี่ยวกับการพนันเลย หมายถึง google ไม่อนุญาติให้โฆษณาเวปประเภทนี้ใน Adwords
2. ในกรอบสีแดงเป็นเวปเกี่ยวกับการพนันซึ่งไปปรากฏอยู่บน Adwords ได้ ซึ่งจริงๆแล้ว google ห้ามการโฆษณาประเภทนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ระบบการตรวจสอบคำภาษาไทย ยังไม่ดีเท่าที่ควร เลยมีโฆษณาประเภทนี้หลุดมาเป็นระยะๆ
3. ข้อห้ามในการโฆษณาผ่าน Adwords จากเวปของ google เอง
- เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย
- เว็บไซต์การพนัน คาสิโน
- เว็บไซต์ภาพลามก อนาจาร
- เว็บไซต์ที่มีคำหยาบคาย
- เว็บไซต์กลุ่มต่อต้าน หรือ องค์กรที่ใช้ความรุนแรง หรือ ก่อการร้าย
- เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับ Hacking หรือ Cracking
- เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการโฆษณามากเกินไป เพื่อโฆษณาเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีเนื้อหาอย่างอื่นเลย
- เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับ ยา และ อุปกรณ์การแพทย์ที่ผิดกฎหมาย
- เว็บไซต์ Spam Keyword
- เว็บไซต์เนื้อหาที่ผิดกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ ปลอมแปลงสินค้า
- เว็บไซต์อาวุธสงคราม
- เว็บไซต์เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
- เว็บไซต์บุหรี่
4. สรุปว่าถ้าต้องการโปรโมตเวปที่เกี่ยวกับการพนัน ต้องทำด้วย SEO อย่างเดียวครับ









