How to change your website’s host/domain without affecting your Rankings?
สมมุติว่า คุณมีเวปไซต์หนึ่งซึ่งได้ออกแบบและทำ SEO มาเป็นอย่างดีเยี่ยมแล้วในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งทำให้เวปไซต์ของคุณมี traffic เข้ามาจำนวนหนึ่งเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ แต่แล้ววันหนึ่งด้วยเหตุผลกลใดก็ตามทำให้คุณต้อง เปลี่ยนชื่อโดเมนและย้ายโฮสที่เคยอยู่ นั้นเท่ากับคุณต้องกลับไปเริ่มที่ศูนย์เลยหรือไม่ คำตอบคือไม่ แต่ทุกอย่างก็ไม่มีทางเหมือนเดิมได้ แต่ไม่เท่ากับศูนย์แน่นอน ซึ่งผมเคยเจอกรณีนี้มาแล้ว และจากการค้นหาไม่เชิงค้นคว้า ทุุกอย่างอยู่ใน internet ได้บทสรุปมาดังนี้ ผมเลยอยากจะมาเขียนต่อ
How to change your website’s host/domain without affecting your Rankings?
วิธีการที่จะเปลี่ยนชื่อโดเมนหรือย้ายโฮส โดยที่ไม่กระทบกับการ SEO?
ในกรณีที่คุณย้ายจากเวปหนึ่งไปยังอีกเวปหนึ่ง โดยการเปลี่ยนชื่อโดเมนและย้ายโฮสที่อยู่ (ไม่มีการ re-design) สิ่งที่จะต้องทำก็คือ
1. 301 redirect
จัดการทำ redirect แบบ 301, permanent redirect แบบ page-to-page คือทำทุกๆเพจไปยังโดเมนใหม่ เช่น ย้ายจาก www.aaa.com ไป www.bbb.com สิ่งที่คุณต้องทำคือจัดการทำ 301 redirect ในทุกเพจ ยกตัวอย่าง
www.aaa.com/index.html -> www.bbb.com/index.html www.aaa.com/contact.html -> www.bbb.com/contact.html www.aaa.com/about.html -> www.bbb.com/about.html .. .. www.aaa.com/whatever.html -> www.bbb.com/whatever.html
ส่วนวิธีการทำ 301 redirect ก็มีหลายวิธี แต่ที่ผมใช้เป็นแบบ php ซึ่งถ้าโอสของคุณ enable php ไว้ก็สามารถทำได้เลย
header("HTTP/1.1 301 Moved Permanently");
header("Location: http://www.new-domain.com");
exit();
ทำไมต้อง 301 redirect?
เพราะว่าเป็นสิ่งเดียวที่จะบอก googlebot ได้ว่าเวปไซต์นี้ได้ทำการย้ายที่อยู่ไปเรียบร้อยแล้ว และถ้าในมุมมองของผู้ใช้งานผ่าน search engine ต่างๆ landing page ทั้งหลายเหล่านั้นก็จะถูกย้าย traffic มายังโดเมนใหม่ทันที
2. Google webmaster tool / Change of Address
ลำดับต่อมาก็คือการเข้าไปยัง Google webmaster tool ในส่วนของ change of address เพื่อที่จะบอก google ว่าเวปไซต์ www.aaa.com ได้เปลี่ยนชื่อเป็น www.bbb.com เรียบร้อยแล้ว นั้นหมายความว่า google เองได้ยอมรับการเกิดปัญหาในกรณี ย้ายโฮสและเปลี่ยนชื่อโดเมน จึงได้ทำระบบในส่วนนี้ขึ้นมารองรับ ซึ่งคำแนะนำโดยตรงจากตัว google เองในกรณีนี้ก็คือการทำ 301 redirect ซึ่งคุณก็ต้องทำตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในส่วนของ change of address ซึ่งก็จะมีการให้อัพเดต sitemap.xml ใหม่สำหรับเวปไซต์ใหม่ด้วย
3. external/internal links
ลำดับต่อมาก็สิ่งที่ยุ่งยากที่สุด คือ การจัดการ external links/internal links
- internal links ถ้าในการออกแบบเวปไซต์ในตอนตั้งต้นมีกาารออกแบบไว้ดีคือมีการใช้ relative URIs ส่วนนี้คุณจะไม่ต้องทำอะไรเลยแต่ถ้าเป็นแบบ permanent คุณก็ต้องจัดการแก้ไขใหม่ทั้งหมด
- external links คือการจัดการ external links ที่มีทั้งหมดหรือเท่าที่ทำได้ให้ชี้มาที่โดเมนใหม่
และทั้งหมดที่คือขั้นตอนคร่าวๆของการย้ายเวปไซต์ที่มีการทำ SEO ไว้ ซึ่งค่อนข้างจะยุ่งยากพอสมควรครับ
duplicate content
วันนี้ผมได้ตรวจสอบเวปไซต์ที่ผมดูแลเรื่อง SEO อยู่เวปหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่อันดับแรกของเวปไซต์ข้างบน ซึ่งเวปไซต์นี้ผมไม่ได้เป็นคนดำเนินการหรือเป็นคนทำเวปไซต์ขึ้นมา ผมได้เข้ามาัรับผิดชอบในส่วนของ SEO หลังจากที่เวปไซต์ได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผมก็ไม่มีสิทธิ์หรือไม่รู้ว่าเนื้อหาในเวปไซต์นั้นมาจากใหน ซึ่งจากรูปข้างบนก็จะเห็นว่าต้องมีเวปไซต์อย่างน้อยหนึ่งหรืออย่างมากสามเวปไซต์ที่ได้ก๊อปปี้หรือคัดลอกบนความจากเวปไซต์ใดเวปไซต์หนึ่งมาอย่างแน่นอน (งง?) แต่นั้นไม่ใช่ประเด็น
ประเด็นคือ ทำไมเวปไซต์ที่มีการคัดลอกบนความจากเวปไซต์อื่นมา โดยที่ไม่มีแม้แต่การ rewrite เลยด้วยซ้ำถึงมีอินเด็ตอยู่ในฐานข้อมูลของกูลเกิ้ลได้ ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ google กำลังทำ นั้นก็คือโยงไปถึงเรื่องของ PANDA ซึ่งก็ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร อาจจะเป็นเพราะเพจเหล่านี้เกิดมาก่อน PANDA ซึ่งนั้นทำให้มันไม่รู้เหมือนกันว่าบทความอันใหนเป็นตัวต้นฉบับจริงๆ หรือ PANDA ยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์กับภาษาไทยหรือภาษาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ
แค่เจออะไรแปลกๆก็เลยเอามาแชร์กันครับ เริ่มทำ SEO มาได้สักพัก ก็ยังงงๆกับหลายๆอย่าง บางอย่างก็ยังไม่เข้าใจ สรุปว่าเวลาที่ผ่านมาผมก็ยังไม่เข้าใจอะไรเลยอยู่ดี
Blog Posting with XML-RPC
สำหรับคนที่ทำ SEO หลายคนคงเคยทำ network ส่วนตัวกันมาบ้างพอสมควร ไม่ว่าจะใช้ networks เหล่านั้นเป็นสะเหมือน web farm ที่จะสร้างลิงค์มายังเวปเป้าหมายหรือแม้กระทั่งจัดการเวปเป้าหมายโดยตรง แต่การจัดการ network/blogs เหล่านั้นมีความยุ่งยากและใช้เวลามากพอสมควร หลายคนจึงเลือกที่จะเสียเงินซื้อ tools ต่างๆมาใช้ เช่นพวก BMG, scrapbox ต่างๆ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามันมีข้อดีข้อเสียอย่างไรเพราะไม่เคยใช้ tool ที่ผมใช้ในการจัดการ network/blogs เหล่านั้น เขียนขึ้นมาเอง โดยเป็นการทำงานผ่าน protocol XML-RPC ซึ่งถ้า blogs เหล่านั้น enable XML-RPC ก็จะสามารถจัดการ blogs ได้ผ่าน protocol XML-RPC
วันนี้ผมเลยอยากเอาโค้ดมาแปะไว้กันลืมและเผื่อผู้ที่สนใจบ้างสักหน่อย การทำงานของโค้ดก็ตรงไปตรงมา ผมจะไม่ขออธิบายอะไรมากนัก ก่อนอื่นต้องโหลด include file ตัวนี้ก่อนโค้ดถึงจะทำงานได้นะครับ IXR_Library.inc
require_once("IXR_Library.inc");
$id = $_POST["id"];
$title = $_POST["title"];
$body = $_POST["body"];
$category = $_POST["$category"];
$tags = $_POST["tags"];
$blogURL = $_POST['BlogURL'];
// set it to false in Production Environment
$client->debug = false;
// encode needed
$title = htmlentities($title , ENT_NOQUOTES, "UTF-8");
$tags = htmlentities($tags ,ENT_NOQUOTES, "UTF-8");
$content = array('title'=>$title,
'description'=>$body,
'mt_allow_comments'=>0, // 1 to allow comments
'mt_allow_pings'=>0, // 1 to allow trackbacks
'post_type'=>'post',
'mt_keywords'=>$tags,
'categories'=>array($category),
'custom_fields' => array($customfields));
// create the client object
$client = new IXR_Client($blogURL . "xmlrpc.php");
$username = $_POST['Username'];
$password = $_POST['Passwd'];
// last parameter is 'true' which means post immideately, to save as draft set it as 'false'
$params = array(0,$username,$password,$content,true);
// run a query for PHP
if (!$client->query('metaWeblog.newPost', $params)) {
die('An error occurred - '.$client->getErrorCode().": ".$client->getErrorMessage());
} else {
// post blog success
// do what ever you want here
}
Google places SEO/Ranking?
สำหรับการ search ใน google หลายๆครั้งที่ผลลัพธ์ที่แสดงออกมานั้น บางส่วนเป็นผลลัพธ์ที่มาจาก google places ซึ่งส่วนมากเกิดขึ้นจากการค้นหาสถานที่หรือบริการต่างๆ เช่น โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร แล้วมันสำคัญตรงใหน?
สำคัญตรงที่ว่า ถ้าคุณทำ SEO ให้สินค้าบริการหรือสถานที่ต่างๆ ผลลัพธ์ในส่วนของ google places จะมีความละเอียดกว่ามาก คืออะไร? สำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาบริการหรือสถานที่ต่างๆ สิ่งที่เขาต้องการคือ สถานที่นั้น อยู่ที่ใหน ทำอย่างไรไป ไปทางใหน สินค้าบริการนั้นราคาเท่าไร ความคิดเห็นจากผู้ที่เคยใช้บริการมาเป็นอย่างไง ตัวอย่างคร่าวๆของสินค้าหรือบริการนั้น วันเวลาทำการเปิดปิดกี่โมง มีบริการเสริมอะไรหรือไม่ ซึ่งทุกอย่างที่กล่าวมานี้มีอยู่ใน google places ซึ่งมันสะดวกกว่าตรงใหน
สมมุติถ้าเป็นวิธีการแบบเก่าคือ สมมุติคุณต้องการค้นหาโรงแรมสักแห่งในลอนดอน คุณอาจจะต้องค้นหาด้วย keywords ว่า "hotel london" ซึ่งผลลัพธ์ที่คุณได้ก็จะเป็นรายชื่อเวปไซต์ที่ทำ SEO แข่งกันมาอย่างบ้าเลือดสิบเวปผู้อยู่รอดในหน้าแรก แล้วไงต่อ คุณก็ต้องเข้าไปในเวปทีละเวปเพื่อที่จะหาข้อมูลทั้งหมดเหล่านั้น ซึ่งมันจะสะดวกกว่ามั้ยถ้า google places ได้รวบรวมข้อมูลต่างๆเหล่านั้นมาให้แล้ว รวมไปถึง reviews ที่เวปอื่นๆเขียนถึงเวปนั้นด้วยในขณะเดียวกัน
นี้คือตัวอย่างผลลัพธ์ที่มีผลลัพธ์ที่มาจาก google places แสดงแทรกอยู่ด้วยในส่วนที่ทำสีเหลืองไว้ และผลลัพธ์ที่มาจาก google map ในส่วนสีเหลืองทางขวามือสุด ผลลัพธ์ที่มาจาก google places ละเอียดกว่ามาก อย่างไรแสดงในรูปด้านล่าง
นี้คือคร่าวๆของ google places ส่วนการทำ SEO สำหรับ google places นั้นจะขอเขียนไว้ในครั้งหน้า ซึ่งจริงผมก็ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร google places SEO???, google places ranking??? ฯลฯ ที่ผมเขียนไปก็เขียนมาจากประสบการณ์ตรงที่ได้ทำมา และอยากจะแชร์ความรู้ลงไปในอินเตอร์เน็ตบ้าง เพราะผมก็ได้ความรู้ได้อะไรหลายๆอย่างจากโลกอินเตอร์เน็ตเหมือนกันครับ
SEO & etc.
ช่วงอาทิตย์ก่อนได้ทำการส่งงานให้ลูกค้าไปอีกเจ้าหนึ่ง เป็นงาน SEO ของบ.ทัวร์แห่งหนึ่ง จากที่ตกลงกันคือ TOP3 เท่านั้น ซึ่งก็เป็นไปได้ตามที่ตกลงกัน คิดว่างานนึ้โหดหินที่สุดเท่าที่เคยทำมาแล้ว จากคู่แข่งที่อยู่ในหน้าแรก ซึ่งมี PR สูงๆกันทั้งนั้น แต่เวปของลูกค้าเรา PR=0 แต่สามารถเบียดมาอยู่ใน TOP3 ได้ นั้นหมายความว่า PR ยังมีความสำคัญในการจัดอันดับอยู่หรือป่าว เซียนๆบอกว่าไม่ หลายๆคนบอกว่าไม่แน่ใจ เราบอกว่าไม่รู้
จากที่เรียนรู้มาในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องของอันดับจะเป็นเรื่องของลิงค์มากกว่า คุณภาพของลิงค์ ลิงค์นั้นๆมาจากใหน จากที่ที่เดียว หรือว่าหลากหลายไอพี หลากหลายประเทศหรือป่าว มีจำนวนมากแค่ใหน ส่วนในเรื่องของ content ใน page จะเป็นตัวตัดสินในเรื่องของ keyword อย่างเช่น เราเปลี่ยน title ของเวปหนึ่งโดยที่ไม่ได้ทำการจัดการเรื่องลิงค์เลย เวปก็สามารถทำอันดับในคีย์เวริค์นั้นๆได้ทันที ทั้งนี้ทั้งนั้นทั้งหมดนี้เป็นความคิดส่วนตัวคับ
ช่วงอาทิตย์ก่อนได้มีโอกาสไปพรีเซนต์เรื่อง SEO ให้กับหน่วยงานเกี่ยวกับการศึกษาแห่งหนึ่ง จะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่มีความเข้าใจในเรื่องการทำ SEO แบบผิดคลาดเคลื่อนไปมาก เช่น ให้ความสนใจในบางคียเวริค์เป็นพิเศษ โดยที่ไม่ได้คำนึงว่าคียเวริค์นั้น มี Mouthly Searches หรือ Search Trends เป็นอย่างไร คงจะเป็นการทำ SEO ที่สูญป่าวเป็นแน่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องให้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ลูกค้าคับ
Link Wheel
พูดถึงเรื่องของ link wheel ซึ่งธรรมดาก็คิดว่ามันจะมีประสิทธิ์ภาพจริงเหรอ? เคยเห็นทั้งทำมาแล้วใช้ได้ผลและใช้ไม่ได้ผล ทั้งสองอย่าง แต่กับตัวเองจริงๆยังไม่เคยลองทำจริงๆจังสักที จนสุดท้ายมีลูกค้ารายหนึ่งบอกว่าอยากจะซื้อ link wheel จากเจ้าหนึ่งมาใช้กับเวปของตัวเองเพราะว่าเคยซื้อมาใช้กับ keyword ตัวหนึ่ง ซึ่งขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆในเวลาที่เร็วมาก (2 อาทิตย์) อืม...
ในที่สุดทนไม่ไหว เมื่อวานเลยลองสร้าง link wheel ในสไตส์ของตัวเองขึ้นมาจาก network ส่วนตัวที่มีอยู่ทั้งหมด ซึ่งก็ไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร ก็ต้องรอดูกันต่อไป อะไรๆต่ออะไรมันไร้รูปแบบจริงๆ บางเวปโนเนมมากมีแค่หน้าอินเด็ตหน้าเดียว content ก็ไม่มีการอับเดตอะไรเลย เวปเพิ่งมาอายุได้ประมาณแค่เดือนเดียว แต่มี backlinks มาหลายหมื่นลิงค์ (จากการทำ back hat) ซึ่งธรรมดามันต้องโดนแบนไป แต่ไม่น่าเชื่อก็ขึ้นมาอยู่ในอันดับหนึ่งเบียดเจ้าที่เก่าขาใหญ่ลงไปเฉยเลย ทำเอางง ไร้รูปแบบจริง
พูดถึง SEO หลังๆมานี้หรือจากการค้นคว้าในเวปต่างๆ ส่วนใหญ่เทรนหลังๆมานี้จะพูดถึงแต่เรื่องของ ลิงค์ ลิงค์ ลิงค์ แล้วก็ ลิงค์ สงสัยนี้คงเป็นเทรนต่อไปในการทำ SEO ซึ่งให้ความสำคัญกับการทำ on-page น้อยลง ซึ่งปัจจุบันก็น่าจะอยู่แค่ 20%-30% (คิดเอาเอง) ต่อไปก็คงจะเป็นแต่เรื่องของลิงค์ ลิงค์ ลิงค์ แล้วก็ ลิงค์ในที่สุด สำคัญคือเราจะหาลิงค์ที่มีคุณภาพมาสู่เวปของเราได้อย่างไร แค่นั้นเอง
semantic search
มีคำถามหนึ่งที่ มีคนถามเรามาเมื่อวานว่า google.com กับ google.co.th ผลลัพธ์เหมือนหรือแตกต่างกัน อย่างไร? คำตอบคือเหมือนและไม่เหมือนก็ได้ แม้แต่เครื่องต่างกันค้นหาด้วย google.com หรือ google.co.th เหมือนกันยังให้ผลลัพธ์แตกต่างกันได้เลย เพราะอะไร เพราะว่าตามความเข้าใจของเราเอง google ได้เริ่มทำ personalize แล้วเพื่อจะเข้าสู่ web3.0 ซึ่งเป็น semantic search สำหรับ google เอง โดยผลลัพธ์การค้นหาจะจำเพาะต่อตัวบุคคลนั้นๆ เช่น นาย ก. ค้นหาคำว่า มะม่วง อาจจะได้ผลลัพธ์การค้นหาเป็น ลูกมะม่วงหรือต้นมะม่วง แต่นาย ข. ซึ่งชอบทานข้าวเหนียวมะม่วงมากๆ ผลลัพธ์การค้นหาอาจจะเป็น ข้าวเหนียวมะม่วงหรือขนมที่ทำจากมะม่วงต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพธ์การค้นหาของนาย ก. และ นาย ข. จึงไม่เหมือนกัน ซึ่งมันเป็นผลดีสำหรับผู้ที่ต้องการค้นหาข้อมูลกับ google จริงๆ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มันเป็นสิ่งที่เค้าต้องการค้นหาหรือสนใจจริง
ส่วนสำคัญ อีกย่างของ sematic search คือการค้นหารูป ซึ่ง google รู้ได้อย่างไรว่ารูปนั้นมันเป็นรูปอะไรเกี่ยวข้องกับอะไร บางคนอาจจะบอกว่า ดูจาก alt tag ของรูปภาพนั้น ซึ่ง alt tag เป็น tag ที่คนสามารถใส่รายละเอียดเข้าไปได้ซึ่งมันอาจจะไม่เกี่ยวกับรูปนั้นเลย แต่มีการหวังผลในการทำ SEO ในบางอย่าง ปัญหาตรงนี้ google ได้สร้าง data warehouse ขนาดใหญ่ขึ้นมา ซึ่งทุกอย่างที่เราได้ค้นหา อย่างเช่น keyword ต่างๆหรือประโยคต่างๆที่เราได้เขียนได้เขียนกำกับไปในรูปภาพต่างๆใน social web ทั้วๆไป ทุกอย่างได้ถูกส่งกลับไปยัง google หมดเพื่อสร้าง data warehouse ขนาดใหญ่นี้ขึ้นมา แน่นอนและพิสูจน์ได้จากการดักจับข้อมูล input/output ทุกๆสิบนาทีจะมีข้อมูลจาก firefox ถูกส่งกลับไปยัง google เนื่องจากกูลเกิ้ลเป็นผู้บริจาครายใหญ่ของ firefox ซึ่งตรงนี้ถ้าจะพูดถึงเรื่อง privacy ก็คงต้องพูดกันยาวว่ามันละเมิดหรือไม่
เพราะฉนั้นผลลัพธ์ต่างๆนั้นได้ถูกประมวลผลโดยมี data warehouse ขนาดใหญ่เป็นส่วนประกอบ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มันจะ่ขึ้นอยู่กับผู้ที่เป็นคนค้นหาสิ่งนั้นจริงๆ ถึงมันดีต่อประสิทธฺภาพของ google เอง แต่แน่นอนมันเหนื่อยสำหรับคนที่ทำ SEO ในทางกลับกันครับ
Adwords
ตอนนี้เราได้งานใหม่มางานหนึ่ง ซึ่งเป็นงานเก่ามากๆสำหรับหลายๆคน แต่เป็นงานที่ใหม่สุดๆสำหรับเราเลย adwords นั้นเอง ในที่สุดก็ได้ฟาดฟันกับมันจนได้ ซึ่งในความคิดเราตอนแรกเกี่ยวกับ adwords ก็คือ เป็นการโฆษณาเวปที่เราต้องการในเวปพันธมิตรของ google (เวปที่ทำ adsense?) โดยมีการกำหนด keyword สำหรับเวปที่เราต้องการจะโฆษณา ดังนั้นเวปของเราที่จะไปแปะโฆษณานั้นก็จะไปโฆษณาอยู่บนเวปที่เกี่ยวข้องกันกับเวปที่เราต้องการโฆษณาจริงๆ โดยดูจาก keyword ที่เรากำหนดไป ซึ่งกลุ่มลูกค้าที่เราต้องการก็คือกลุ่มลูกค้าที่สนใจเกี่ยวกับ keyword เหล่านั้น และค่าใช้จ่ายในการโฆษณาของเราจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีผู้คลิกเข้ามาในเวปของเราผ่านโฆษณาตัวนั้น ซึ่งก็หมายความว่ามีผู้สนใจในเวป, ข้อมูล หรือสินค้าของเราจริงๆ นี้เป็นคอนเซ็ปคร่าวๆที่เราเข้าใจมาก่อน
แต่สำหรับงานใหม่ที่เข้ามาในตอนนี้มันไม่ make-sense เอามากๆในตอนแรก สิ่งที่ลูกค้าทราบเกี่ยวกับ adwords ก็เหมือนที่เราเขียนไปข้างบน แต่ปัญหาที่ลูกค้ากังวลคือ ถ้าสมมุติมีคนคลิกมาเยอะๆ เขาก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะตามไปด้วยสิ? ซึ่งเขากังวลว่ามันจะเป็นค่าใช้จ่ายที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งมันไม่ make-sense เลยในตอนแรก คือคุณโฆษณาเพราะคุณต้องการ traffic เยอะๆที่จะเข้ามาในเวปของคุณ แต่คุณกับกังวลในเรื่องค่าใช้จ่ายตรงนั้น ในทางกลับกัน traffic จำนวนมากๆเหล่านั้นคุณก็สามารถนำไปเปลี่ยนเป็นรายได้อยู่แล้ว
ดังนั้นสิ่งที่เราต้องเข้ามาจัดการคือ ทำการโฆษณาเวปของลูกค้าผ่าน adwords โดยสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้ นี้คือสิ่งที่เราต้องเข้าไปรับผิดชอบ ซึ่งปัญหาต่อมาคือ เราจะจัดการตรงนี้ได้อย่างไร ซึ่งตอนนี้ก็ศึกษา adwords อย่างขมักขแม้นเลยทีเดียวครับ ยังมีศัพท์แปลกๆหลายคำที่ยังไม่คุ้นและยังไม่เข้าใจกับมันดีเท่าที่ควรจะ เช่น Bid , CTR, Nagative Keywords, Exact Matches, Content Campaigns เหมือนกับตอนเริ่มทำ SEO ใหม่เลย ที่ต้องเริ่มเรียนรู้ทุกอย่างจากศูนย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่สนุกมาก
SEO – Link Wheel
มันก็คล้ายกับที่เราทำให้กับเวปในสังกัดเราทั้งหมด ทำให้ทั้งหมดมันลิงค์เข้าหากันเป็นโครงข่ายไยแมงมุม ซึ่งก็ถูก google ชมเชยโดยการแบนลิงค์ทั้งหมดนั้นไป แบนจริงๆลิงค์เราหายไปหมดเลย งึ่มๆ มันจะหมวกดำหรือป่าวน่าาา รอดูต่อไปว่ามันจะเป็นอะไรที่ยั่งยืนหรือป่าว อย่างไงต่อไปนี้ก็ขอเดินในทางสายขาว เพราะ google เองก็คงไม่อยากจะให้เวปที่ค้นหาออกมานั้นมีแต่เวปที่ถูกปั่นขึ้นมา โดยที่ในเวปนั้นไม่มีเนื้อหาอะไรที่ตรงกับที่ผู้ใช้ต้องการค้นหาเป็นแน่ เพราะนั้นเท่ากับทำให้ประสิทธิ์ภาพในการค้นหาของ google ลดลง ทั้งหมดนี้คิดเอาเองนะครับ รอดูกันต่อไป
SEO – PageRank (PR)
PageRank หรือ PR เป็นคำที่เราได้ยินกันบ่อยๆในเรื่องการทำ SEO คราวนี้เราจะลองมาอธิบายกันง่ายๆสั้นๆและกระชับว่า PageRank คืออะไรแบบไม่ต้องเน้นในทางเทคนิคมาก หวังว่าคงจะช่วยให้เห็นภาพรวมของ PageRank มากขึ้นครับ
PageRank คืออะไร คำอธิบายที่ดีที่สุดเราจะขอแปลมาจาก google เองแล้วกันนะครับ เพราะ google คงเป็นผู้ให้คำนิยามกับคำว่า PageRank ได้ดีที่สุด โดย google บอกเอาไว้ว่า
"PageRank เกี่ยวข้องกับปัจเจกโดยธรรมชาติของเวปนั้นๆ โดยนำโครงสร้างของลิงค์ของแต่ละเวปเพจนั้นมาเป็นตัวบ่งชี้ค่า ยกตัวอย่างเช่น Google เห็นว่ามีลิงค์จากเพจ A ไปที่ เพจ B ซึ่งหมายความว่า เพจ A ได้โหวตหรือลงคะเนนให้เพจ B โดยคร่าวๆ แต่ google มองมากกว่านั้นคือดูว่าเพจ A ที่โหวตหรือลงคะแนนให้เพจ B นั้นมีความสำคัญ(important) และมีความน่าเชื่อถือมากแค่ใหน PageRank เกี่ยวข้องกับปัจเจกโดยธรรมชาติของเวปนั้นๆ โดยนำโครงสร้างของลิงค์ของแต่ละเวปเพจนั้นมาเป็นตัวบ่งชี้ค่า ยกตัวอย่างเช่น Google เห็นว่ามีลิงค์จากเพจ A ไปที่ เพจ B ซึ่งหมายความว่า เพจ A ได้โหวตหรือลงคะเนนให้เพจ B โดยคร่าวๆ แต่ google มองมากกว่านั้นคือดูว่าเพจ A ที่โหวตหรือลงคะแนนให้เพจ B นั้นมีความสำคัญ(important) และมีความน่าเชื่อถือมากแค่ใหน"
อ้างอิง: http://www.google.com/corporate/tech.html
SEO – Anchor Text
Domain ใหม่ครับ
ตอนนี้ย้ายมาโดเมนใหม่ www.wardnep.com เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ เกิดเรื่องวุ่นๆในตอนที่ย้ายข้อมูลมาเหมือนกัน เนื่องจากเป็น engine ของ wordpress จึงมีวิธีการย้ายที่ยุ่งยากนิดหน่อย ซึ่งตอนแรกผมได้ ย้ายไฟล์ทั้งหมดมาที่ host ใหม่ แล้วใช้วิธีการ export ข้อมูลออกมาเป็นไฟล์ XML แล้วนำมาทำการ import ที่ host ใหม่ ซึ่งผมลัพธ์ที่ได้ไม่เป็นที่พอใจ คือการแสดงผลไม่ค่อยถูกต้องมีอะไรบางอย่างขาดหายไป เช่น Tag, Links ข้อมูลไม่สามารถแสดงได้ครบถ้วน จึงใช้วิธีที่สองคือ download wordpress เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด, 2.9.2 แล้ว import ด้วยไฟล์ XML ที่ export ออกมา ปรากฏว่าการแสดงผลออกมาครบถ้วนสมบูรณ์แบบที่นี้ตอนนี้ครับ แต่มีปัญหานิดหนึ่งคือ การ export ของ wordpress ทำได้ครบถ้วนทุกอย่าง ยกเว้น image ซึ่งไม่สามารถ export ออกมาได้ แต่สำหรับผมซึ่ง host เก่ายังไม่ได้ลบข้อมูลทิ้ง รูปภาพทั้งหมดจึงยังลิงค์ไปที่ host เก่า ซึ่งก็ใช้งานได้เหมือนกัน แต่ถ้า host เก่านั้นไม่สามารถใช้ได้แล้วหรือต้องลบข้อมูลทิ้งไป การย้ายรูปทั้งหมดมาที่ host ใหม่คงยุ่งยากน่าดูครับ
การย้ายโดเมนครั้งนี้จุกประสงค์หลักคือการปรับแต่เรื่อง SEO สำหรับ keyword รับทำ SEO ซึ่งโดเมนใหม่ host ใหม่ bandwidth ที่ได้ก็จะสูงกว่า ซึ่งมีผลดีต่อการทำ SEO แต่สำหรับ keyword นี้ก็คิดว่าเป็น keyword ที่โหดพอสมควร เพราะว่าเจ้าเก่าหรือบรรดาเซียนๆทั้งหลายก็แข่งขันกันใน keyword นี้กันน่าดู ก็ลองดูครับ สนุกๆ ได้ความรู้




